ขายแท็บเล็ตมือสองยังไงให้ขายออก และไม่มีเรื่องตามมาทีหลัง
การขายแท็บเล็ตมือสองมีงานเดียวที่ต้องทำให้เสร็จก่อนอย่างอื่น คือ ออกจากบัญชีของตัวเองในเครื่องให้เรียบร้อยก่อนล้างเครื่อง ถ้าล้างเครื่องทั้งที่ยังไม่ออกจากบัญชี เครื่องจะติดล็อกและคนซื้อเปิดใช้ไม่ได้เลย เรื่องนี้เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้คนซื้อกลับมาทวงเงินคืนหลังนัดรับไปแล้ว ที่เหลือคือการทำให้ประกาศตอบคำถามที่คนซื้อแท็บเล็ตถามซ้ำๆ ให้จบตั้งแต่ยังไม่ทัก — รุ่นอะไร ความจุเท่าไหร่ ใส่ซิมได้ไหม แบตเป็นยังไง จอมีรอยตรงไหน หน้านี้ไล่ให้ทีละข้อตามลำดับที่ทำจริง
1. ออกจากบัญชีก่อน แล้วค่อยล้างเครื่อง — สลับลำดับไม่ได้
นี่คือข้อเดียวในหน้านี้ที่ทำผิดแล้วแก้ยากที่สุด และเป็นเหตุผลที่คนซื้อแท็บเล็ตมือสองระแวงมากกว่าซื้อของอย่างอื่น
- iPad — ไปที่ ตั้งค่า > แตะชื่อบัญชีของคุณด้านบนสุด > เลื่อนลงล่างสุด > ออกจากระบบ (Sign Out) ใส่รหัสผ่านบัญชี Apple เพื่อยืนยัน จากนั้นค่อยไปที่ ตั้งค่า > ทั่วไป > ถ่ายโอนหรือรีเซ็ต iPad > ลบเนื้อหาและการตั้งค่าทั้งหมด
- แท็บเล็ตแอนดรอยด์ — ไปที่ ตั้งค่า > บัญชี (หรือ ผู้ใช้และบัญชี) > เลือกบัญชี Google > นำบัญชีออก ให้ครบทุกบัญชี แล้วค่อย ตั้งค่า > ระบบ > รีเซ็ต > ล้างข้อมูลทั้งหมด
- ถ้าล้างเครื่องโดยยังไม่เอาบัญชีออก เครื่องจะขอรหัสบัญชีเดิมตอนตั้งค่าใหม่ (iPad เรียก Activation Lock ฝั่งแอนดรอยด์เรียก Factory Reset Protection) — คนซื้อปลดเองไม่ได้ ร้านปลดให้ไม่ได้ มีแต่คุณเท่านั้นที่ปลดได้
- ถ้าขายไปแล้วเพิ่งรู้ว่าลืม: iPad ปลดย้อนหลังได้ที่ icloud.com/find เลือกเครื่องแล้วลบออกจากบัญชี ส่วนแอนดรอยด์ปลดที่ myaccount.google.com หน้าอุปกรณ์ของคุณ ทำให้เร็วที่สุด อย่าให้คนซื้อต้องทวง
- อย่าลืม ถอดซิมและ SD การ์ดออก ถ้าเป็นรุ่นใส่ซิมได้ และเช็คช่องใส่ซิมด้วยตาอีกรอบก่อนส่งมอบ
ท่าที่ทำให้ปิดการขายง่ายขึ้นมาก: ล้างเครื่องเสร็จแล้วเปิดทิ้งไว้ค้างที่หน้า "สวัสดี / Hello" ตอนนัดรับ คนซื้อจะเห็นกับตาว่าเครื่องผ่านหน้าตั้งค่าใหม่ได้จริง ไม่ติดล็อกอะไร จบข้อสงสัยใหญ่ที่สุดโดยไม่ต้องอธิบายสักคำ
2. เขียนรุ่นให้ตรงตัว — คนซื้อแท็บเล็ตค้นด้วยชื่อรุ่น ไม่ได้ค้นคำว่าแท็บเล็ต
แท็บเล็ตต่างจากเฟอร์นิเจอร์ตรงที่คนซื้อรู้อยู่แล้วว่าอยากได้รุ่นไหน ประกาศที่เขียนแค่ "ขาย iPad มือสอง สภาพดี" จะไม่ถูกค้นเจอ และคนที่เห็นก็ต้องทักมาถามอยู่ดี
- iPad — ดูรุ่นที่แน่นอนจาก ตั้งค่า > ทั่วไป > เกี่ยวกับ จะมีทั้งชื่อรุ่นและหมายเลขรุ่น (ขึ้นต้นด้วย A ตามด้วยตัวเลข) หมายเลขนี้ยังพิมพ์อยู่หลังเครื่องด้วย — เอาไปเขียนในประกาศเลย เพราะ iPad หลายรุ่นหน้าตาเหมือนกันจนแยกด้วยตาไม่ออก
- แอนดรอยด์ — ตั้งค่า > เกี่ยวกับแท็บเล็ต จะมีชื่อรุ่นและหมายเลขรุ่น เขียนให้ครบทั้งชื่อการค้าและรหัสรุ่น เพราะบางยี่ห้อขายรุ่นชื่อคล้ายกันหลายตัวในปีเดียว
- ความจุ ดูที่ ตั้งค่า > ทั่วไป > ที่เก็บข้อมูล (iPad) หรือ ตั้งค่า > ที่จัดเก็บ (แอนดรอยด์) — ระบุความจุของเครื่องจริง ไม่ใช่พื้นที่ที่เหลือว่าง
- ใส่ซิมได้หรือไม่ เป็นข้อที่คนซื้อถามบ่อยที่สุดรองจากแบต ถ้าเป็นรุ่น Wi-Fi อย่างเดียวให้เขียนไว้ตรงๆ ตั้งแต่ต้น จะได้ไม่เสียเวลาทั้งสองฝ่าย
- ถ้ามี ปากกาหรือคีย์บอร์ด ให้ระบุว่าเป็นรุ่นไหนและใช้ร่วมกับเครื่องนี้ได้จริง เพราะปากกาของแต่ละรุ่นใช้ข้ามกันไม่ได้ทั้งหมด
เขียนหัวข้อประกาศแบบ ยี่ห้อ + รุ่น + ความจุ + Wi-Fi หรือใส่ซิม ไว้ก่อนคำบรรยายสภาพเสมอ — คนค้นด้วยคำเหล่านี้ ไม่ได้ค้นด้วยคำว่าสภาพดี
3. บอกเรื่องแบตให้ตรง ก่อนที่จะโดนต่อราคาย้อนหลัง
แบตเป็นข้อที่คนซื้อแท็บเล็ตกังวลที่สุด และเป็นข้อที่ตรวจหน้างานได้ยากที่สุดด้วย เพราะไม่มีทางรู้ในสิบนาทีว่าแบตอยู่ได้กี่ชั่วโมง
- เปิดดูที่ ตั้งค่า > แบตเตอรี่ ก่อน ถ้าเครื่องของคุณแสดงตัวเลขความจุสูงสุดหรือจำนวนรอบชาร์จ ให้ถ่ายรูปหน้าจอนั้นแนบไปในประกาศเลย เป็นหลักฐานที่คนซื้อเถียงไม่ได้และช่วยปิดการขายเร็วมาก
- ถ้าเครื่องไม่แสดงตัวเลขให้ (แท็บเล็ตหลายรุ่นไม่มีหน้านี้แบบที่มือถือมี) อย่าเดาเป็นเปอร์เซ็นต์ ให้บอกสิ่งที่วัดได้จริงแทน เช่น ซื้อมาเมื่อไหร่ · เคยเปลี่ยนแบตหรือยัง · ปกติใช้ดูวิดีโอต่อเนื่องได้ประมาณกี่ชั่วโมง
- ห้ามเขียนว่าแบตเหมือนใหม่ถ้าไม่มีตัวเลขยืนยัน ประโยคนี้ทำให้คนซื้อคาดหวังแล้วกลับมาต่อว่าทีหลัง ซึ่งเสียเวลากว่าการลดราคาไปตั้งแต่แรกมาก
- ถ้าแบตเสื่อมจริง ให้เขียนตรงๆ แล้วตั้งราคาให้สะท้อนความจริง ประกาศที่บอกจุดเสียไว้ล่วงหน้าปิดการขายได้เร็วกว่าประกาศที่สวยเกินจริงแล้วโดนถามซ้ำ
- ชาร์จเครื่องให้เต็มก่อนวันนัด แล้วเอาสายชาร์จไปด้วย คนซื้อหลายคนขอเสียบดูว่าเครื่องเข้าไฟปกติไหม ซึ่งเป็นคำขอที่สมเหตุสมผลและตอบได้ใน 1 นาที
ข้อควรรู้เรื่องราคา: ค่าเปลี่ยนแบตแท็บเล็ตแพงกว่ามือถือและร้านทั่วไปรับน้อยกว่า คนซื้อที่รู้เรื่องนี้จะต่อราคาหนักถ้าแบตไม่ชัดเจน — การมีรูปหน้าจอแบตจึงคุ้มกว่าที่คิด
4. ถ่ายรูป — จอใหญ่แปลว่าตำหนิเห็นชัดกว่ามือถือ
ตำหนิบนแท็บเล็ตซ่อนไม่ได้อยู่แล้ว เพราะพื้นที่จอกว้าง คนซื้อจะขอรูปเพิ่มจนได้ ถ่ายให้ครบตั้งแต่แรกจึงประหยัดเวลาตอบแชทมากที่สุด
- รูปบังคับ 5 รูป: หน้าจอเปิดติดเต็มจอ · หลังเครื่อง · ขอบทั้งสี่ด้าน (มุมกระแทกอยู่ตรงนี้เสมอ) · ช่องชาร์จ · หน้า เกี่ยวกับ ที่โชว์ชื่อรุ่นกับความจุ
- ถ่ายจอตอนเปิดเครื่องเสมอ จอดำถ่ายไปคนซื้อจะเดาว่าจอเสียหรือกำลังปิดบังอะไร ให้เปิดภาพพื้นหลังสีอ่อนเต็มจอ รอยและจุดเสียจะเห็นชัดที่สุด
- รอยขนแมวเป็นเรื่องปกติของแท็บเล็ตมือสอง ถ่ายให้เห็นตามจริงแล้วเขียนกำกับว่าเป็นรอยระดับไหน ดีกว่าเลี่ยงมุมแล้วโดนทักตอนนัดรับ
- ถ้ามีฟิล์มหรือเคสติดอยู่ ให้บอกว่ารูปนี้ถ่ายทั้งฟิล์ม และ ยอมให้คนซื้อลอกดูตอนนัดรับได้ ถ้าไม่ให้ลอก คนซื้อจะคิดไว้ก่อนว่าใต้ฟิล์มมีรอย
- อย่าใช้รูปจากอินเทอร์เน็ตหรือรูปกล่องแทนรูปเครื่องจริงแม้แต่รูปเดียว
รายละเอียดเรื่องแสงและมุมกล้องอยู่ในหน้า ถ่ายรูปขายของ แล้ว ที่เพิ่มมาสำหรับแท็บเล็ตคือขอบเครื่องกับหน้าจอตอนเปิด สองจุดนี้เท่านั้น
5. ตั้งราคา — แท็บเล็ตราคาตกด้วยเหตุผลที่ต่างจากมือถือ
คนขายมักตั้งราคาแท็บเล็ตด้วยความรู้สึกว่า "ซื้อมาแพง เพิ่งใช้ไม่กี่ครั้ง" ซึ่งเป็นมุมของคนขาย ไม่ใช่มุมที่คนซื้อใช้ตัดสินใจ
- หาราคาอ้างอิงจากประกาศจริง ไม่ใช่ราคาป้ายตอนซื้อ ลองค้นชื่อรุ่นเดียวกันความจุเดียวกันในเว็บซื้อขายมือสอง แล้วดูว่าช่วงราคาอยู่ตรงไหน
- ดูเฉพาะประกาศที่ขายออกแล้วหรือที่ลงมานาน ประกาศที่เพิ่งลงเมื่อวานยังไม่พิสูจน์ว่าราคานั้นมีคนซื้อ
- ตัวแปรที่กดราคาแท็บเล็ตแรงที่สุดคืออายุการรองรับซอฟต์แวร์ ถ้าเครื่องเก่าจนหยุดได้รับอัปเดตระบบแล้ว คนซื้อจะต่อราคาหนักและต่อได้เต็มปาก ให้ยอมรับความจริงข้อนี้ตั้งแต่ตอนตั้งราคา
- ความจุต่ำสุดของรุ่นขายยากกว่าที่คิด เพราะแท็บเล็ตมีไว้ดูวิดีโอกับวาดรูปซึ่งกินพื้นที่ ถ้าเครื่องเป็นความจุต่ำสุดให้ตั้งราคาห่างจากรุ่นความจุสูงให้ชัด
- รุ่นใส่ซิมได้ตั้งราคาสูงกว่ารุ่น Wi-Fi ของรุ่นเดียวกันได้ แต่ต้องระบุให้ชัดว่าใส่ซิมได้จริง เพราะเป็นจุดที่คนซื้อยอมจ่ายเพิ่ม
วิธีคิดราคาแบบละเอียดอยู่ในหน้า ตั้งราคาของมือสอง — หลักเดียวกันทั้งหมด ที่เพิ่มมาเฉพาะแท็บเล็ตคือเรื่องอายุอัปเดตกับความจุ
6. ของแถมที่ควรเก็บไว้ และที่ควรแถมไปเลย
- กล่องเดิมช่วยได้จริง โดยเฉพาะรุ่นที่คนซื้อกังวลเรื่องของปลอมหรือเครื่องเปลี่ยนเครื่อง — ถ้ายังเก็บไว้ ให้ถ่ายรูปกล่องคู่กับเครื่องแล้วเขียนว่ามีกล่อง
- สายชาร์จกับอะแดปเตอร์ควรแถมไปด้วย เพราะแยกขายได้ราคาน้อยมาก แต่ทำให้ประกาศดูครบและปิดการขายง่ายขึ้น
- ปากกาหรือคีย์บอร์ดควรคิดให้ดีก่อนแถม ของสองอย่างนี้มีมูลค่าแยกขายได้จริง ถ้าจะแถมให้ใช้เป็นไพ่ตอนต่อราคา อย่าเขียนแถมตั้งแต่บรรทัดแรก
- ฟิล์มกับเคสเก่าไม่ต้องแถมถ้าสภาพโทรม ของโทรมทำให้ทั้งประกาศดูโทรมไปด้วย ถ้าฟิล์มยังใหม่และไม่มีรอยค่อยเขียนถึง
- ถ้ายังมีใบเสร็จหรือใบรับประกันที่ยังไม่หมดอายุ ให้ถ่ายรูปโดย ปิดเลขที่บัตรและข้อมูลส่วนตัวของคุณก่อน เอาให้เห็นแค่รุ่นกับวันที่ก็พอ
- อย่าสัญญาเรื่องรับประกันเองว่า "เสียภายในกี่วันเปลี่ยนคืนได้" ถ้าไม่ได้ตั้งใจจะทำจริง — คำสัญญาลอยๆ คือที่มาของเรื่องยาวหลังนัดรับ
7. วันนัดรับ — ลำดับที่ทำให้จบสวยทั้งสองฝ่าย
- นัดในที่สาธารณะที่มีคนและมีไฟฟ้าให้เสียบชาร์จได้ ห้างหรือร้านกาแฟใช้ได้ดีกว่าหน้าปากซอย เพราะคนซื้อต้องใช้เวลาตรวจเครื่องจริงๆ
- เผื่อเวลาให้คนซื้อตรวจอย่างน้อย 10-15 นาที แท็บเล็ตจอใหญ่ ไล่ทัชทั้งแผ่นใช้เวลานานกว่ามือถือ การเร่งทำให้คนซื้อระแวงและเปลี่ยนใจง่ายที่สุด
- ให้ต่ออินเทอร์เน็ตตอนตรวจได้ คนซื้อจะเช็คว่าเครื่องผ่านหน้าตั้งค่าใหม่ได้จริง ถ้าเราปลดบัญชีมาถูกต้องตั้งแต่ข้อ 1 ตรงนี้จะผ่านสบาย
- นับเงินให้จบก่อนแยกย้าย ถ้าโอน ให้รอจนเห็นยอดเข้าในแอปธนาคารของเราเองจริงๆ ไม่ใช่ดูจากสลิปที่คนซื้อยื่นให้ดู — สลิปปลอมทำได้ง่ายและเป็นเรื่องที่เจอบ่อย
- ปล่อยของไม่ได้ถือเงินให้ระหว่างคู่ค้า เราเป็นที่ลงประกาศ ไม่ใช่คนกลางรับเงิน เงินจึงเดินตรงระหว่างคุณกับคนซื้อ ความระวังตอนรับเงินจึงเป็นหน้าที่ของคุณเอง
- ขายจบแล้ว ปิดหรือลบประกาศทันที จะได้ไม่มีคนทักมาถามของที่ไม่มีแล้ว และเช็คอีกครั้งว่าเครื่องหลุดจากบัญชีของคุณเรียบร้อย
รายละเอียดเรื่องการเลือกจุดนัดและสัญญาณอันตรายอยู่ในหน้า นัดรับของมือสองปลอดภัย อ่านก่อนวันนัดสักรอบคุ้มมาก
ลงประกาศฟรี ไม่จำกัดจำนวน ไม่หักเปอร์เซ็นต์ — ผู้ซื้อทักแชทหาคุณโดยตรง