ซื้อแท็บเล็ตมือสอง ต้องเช็คอะไรบ้างก่อนโอนเงิน
ซื้อแท็บเล็ตมือสองมีด่านเดียวที่พลาดแล้วแก้ไม่ได้เลย คือ เครื่องยังผูกบัญชีเจ้าของเดิมอยู่ — ถ้าไม่เคลียร์ตรงนี้ต่อหน้า เครื่องจะกลายเป็นแผ่นกระจกทันทีที่รีเซ็ต และไม่มีใครปลดให้ได้นอกจากเจ้าของเดิม ลำดับที่ปลอดภัยคือ ล้างเครื่องต่อหน้าให้ผ่านหน้าตั้งค่าใหม่จนถึงหน้าโฮม → ทดสอบจอกับทัชให้ครบ → แล้วค่อยจ่ายเงิน เรื่องที่ต้องรู้ไว้ก่อน: เว็บเราเป็นที่ลงประกาศ ไม่ได้ถือเงินให้ระหว่างดีล ถ้าโอนไปแล้วเครื่องล็อก เราตามคืนให้ไม่ได้ การตรวจให้จบก่อนจ่ายจึงเป็นหน้าที่ของคุณเองทั้งหมด ข้อดีคือแท็บเล็ตเป็นของที่ตรวจได้ครบภายในสิบถึงยี่สิบนาที ถ้ารู้ว่าต้องกดดูตรงไหนบ้าง
1. ปลดล็อกบัญชีเจ้าของเดิม — ข้อเดียวที่ต้องผ่านก่อนคุยเรื่องอื่น
แท็บเล็ตสมัยนี้ผูกกับบัญชีเจ้าของ ถ้าล้างเครื่องแล้วมันยังถามบัญชีเดิม คุณใช้เครื่องไม่ได้เลย และร้านซ่อมก็ปลดให้ไม่ได้ ต้องให้เจ้าของเดิมปลดเท่านั้น
- iPad — ให้ผู้ขายเข้า ตั้งค่า (Settings) > แตะชื่อบัญชีบนสุด > ค้นหา (Find My) > ค้นหา iPad ของฉัน แล้วปิดให้ดู ถ้าปิดได้แปลว่าเขารู้รหัส Apple Account ของเครื่องนี้จริง
- แอนดรอยด์ — ให้ผู้ขายเข้า ตั้งค่า > บัญชี แล้วลบบัญชี Google ออกจากเครื่องต่อหน้า ก่อน จะล้างเครื่อง ถ้าล้างทั้งที่บัญชียังอยู่ เครื่องจะติดล็อก FRP แล้วถามบัญชีเดิมตอนตั้งค่าใหม่
- วิธียืนยันที่ชัวร์ที่สุดคือล้างเครื่องต่อหน้า แล้วนั่งดูจนผ่านหน้าตั้งค่าใหม่เข้าถึงหน้าโฮมได้จริง ถ้าระหว่างทางมันเด้งถามอีเมลหรือรหัสของเจ้าของเดิม แปลว่ายังไม่หลุด ให้หยุดแล้วอย่าจ่าย
- ผู้ขายบอกว่า "ล้างมาให้แล้วจากบ้าน" ยังไม่พอ เพราะคุณไม่เห็นว่าผ่านหน้าตั้งค่าจริงไหม ขอตั้งค่าใหม่ต่อหน้าอีกรอบได้เสมอ
- ถ้าผู้ขายไม่ยอมให้ล้างเครื่องต่อหน้าโดยไม่มีเหตุผลที่ฟังขึ้น ให้ถือว่าเป็นสัญญาณเตือนที่หนักพอจะเดินออกได้เลย
2. ตรวจว่าเป็นเครื่องรุ่นไหน และตรงกับที่ประกาศไหม
ก่อนคุยราคา ต้องรู้ก่อนว่าของตรงกับที่ประกาศ เพราะแท็บเล็ตหลายรุ่นหน้าตาเหมือนกันแต่ราคาต่างกันมาก
- iPad — ตั้งค่า > ทั่วไป > เกี่ยวกับ จะเห็นชื่อรุ่น หมายเลขรุ่น เลขซีเรียล ความจุ และเวอร์ชัน iPadOS เทียบกับที่เขาเขียนในประกาศให้ตรงทุกช่อง โดยเฉพาะความจุ
- เอาเลขซีเรียลจากหน้านั้นไปกรอกที่ checkcoverage.apple.com ของ Apple เองได้ฟรี จะบอกว่าซีเรียลนี้มีอยู่จริงไหมและยังมีประกันเหลือหรือเปล่า
- แอนดรอยด์ — ตั้งค่า > เกี่ยวกับแท็บเล็ต ดูชื่อรุ่น หมายเลขรุ่น และเวอร์ชันแอนดรอยด์
- รุ่นที่ใส่ซิมได้ ขอดู IMEI ด้วย (iPad ดูที่ ตั้งค่า > ทั่วไป > เกี่ยวกับ · แอนดรอยด์กด `*#06#` ได้) แล้วเทียบกับเลขบนกล่องหรือบนถาดซิม ถ้าไม่ตรงกันให้ถามเหตุผลก่อนตัดสินใจ
- ถามตรงๆ ว่ามีกล่อง ใบเสร็จ หรือหลักฐานการซื้อไหม ไม่มีไม่ได้แปลว่าของมีปัญหา แต่มีแล้วช่วยยืนยันที่มาได้เยอะ และมีผลกับราคาขายต่อของคุณเองในอนาคต
3. แบตเตอรี่ — จุดที่ iPad ตรวจยากกว่าที่คิด
ต้องรู้ไว้ก่อนว่า iPad ไม่มีหน้าสุขภาพแบตแบบ iPhone — ใน ตั้งค่า > แบตเตอรี่ ของ iPad จะมีแค่กราฟการใช้งาน ไม่มีตัวเลขเปอร์เซ็นต์ความจุสูงสุดให้ดู ดังนั้นใครเขียนว่า "แบต 95%" ให้ถามว่าดูจากไหน
- วิธีที่ทำได้จริงหน้างานคือ จดเปอร์เซ็นต์ตอนเริ่มตรวจ เปิดวิดีโอหรือเว็บทิ้งไว้ระหว่างที่ตรวจข้ออื่นสัก 15 นาที แล้วดูว่าลดไปเท่าไร ถ้าดิ่งเร็วผิดปกติทั้งที่ความสว่างระดับปกติ ให้ต่อรองหรือผ่าน
- เสียบสายชาร์จดูว่าเข้าจริงไหม สังเกตว่าต้องขยับสายหรือกดค้างถึงจะเข้าหรือเปล่า พอร์ตหลวมเป็นอาการที่ค่าซ่อมแพงเมื่อเทียบกับราคาเครื่องมือสอง
- ดูขอบจอกับฝาหลังว่ามีช่องห่างหรือโป่งไหม แบตบวมจะดันจอให้เผยอจนเห็นด้วยตาและลูบขอบแล้วสะดุด — เจออาการนี้ให้ผ่าน ไม่ใช่เรื่องเอามาต่อรองราคา
- ถ้าเครื่องเคยเปลี่ยนแบตมาแล้ว ถามว่าเปลี่ยนที่ไหนเมื่อไร ศูนย์หรือร้านนอก ไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่ควรรู้และควรสะท้อนในราคา
- แท็บเล็ตที่วางทิ้งไม่ได้ใช้นานๆ ก็แบตเสื่อมได้เหมือนเครื่องที่ใช้หนัก อย่าเดาสภาพแบตจากปีที่ผลิตอย่างเดียว
4. จอและทัช — จอใหญ่ ต้องไล่ให้ครบทั้งแผ่น
จอคือชิ้นส่วนที่แพงที่สุดของแท็บเล็ต และเป็นจุดที่รูปในประกาศปิดบังได้ง่ายที่สุด เพราะถ่ายตอนจอดับหรือถ่ายเฉียงก็กลบรอยได้เกือบหมด
- ขอดูตอนจอสว่างเต็มที่ เปิดรูปพื้นขาวเต็มจอหนึ่งรูป แล้วสลับเป็นพื้นดำเต็มจออีกรูป พื้นขาวจะโชว์จุดดำ จุดเดด และคราบ ส่วนพื้นดำจะโชว์จุดสว่างค้างและแสงรั่วตามขอบ
- ทดสอบทัชให้ครบทั้งแผ่น เปิดแอปโน้ตหรือแอปวาดรูป แล้วลากนิ้วเป็นเส้นซิกแซกไล่จากมุมบนซ้ายจนถึงมุมล่างขวาให้เต็มจอ เส้นต้องต่อเนื่องไม่ขาดตอน จอแท็บเล็ตใหญ่ ขอบและมุมเป็นจุดที่ทัชตายบ่อยและคนตรวจมักลืม
- ดูอาการทัชผี วางเครื่องนิ่งบนโต๊ะโดยไม่แตะ ถ้าเห็นไอคอนขยับเองหรือคีย์บอร์ดพิมพ์เอง แปลว่ามีปัญหา
- ส่องจอเฉียงกับแสงเพื่อหารอยขนแมวและรอยกดเป็นวง ถ้ามีฟิล์มติดอยู่ ขอลอกดูข้างใต้ก่อน
- ถ้าจะซื้อไปใช้กับปากกา ต้องลองปากกาจริงหน้างาน อย่าเชื่อแค่คำว่า "รองรับ" เพราะแท็บเล็ตรุ่นเดียวกันคนละปีใช้ปากกาคนละรุ่นกันได้ ถ้าเขาแถมปากกามาด้วย ต้องลองว่าเชื่อมต่อติดและเขียนลื่นจริง
5. ไล่ทดสอบส่วนที่เหลือ — สิบนาทีจบ
ทำตามลำดับนี้ได้เลย ทุกข้อทดสอบได้หน้างานโดยไม่ต้องมีอุปกรณ์พิเศษ
- ปุ่มทุกปุ่ม — ปุ่มเปิดปิดจอ ปุ่มเพิ่มลดเสียง และปุ่มสแกนนิ้วถ้ามี กดทีละปุ่มให้ครบ
- ลำโพงทุกตัว — เปิดเพลงแล้วเอามือปิดลำโพงทีละฝั่ง ฟังว่าดังครบทุกด้านไหม แท็บเล็ตหลายรุ่นมีลำโพงสี่จุด เสียไปจุดเดียวฟังเผินๆ ไม่รู้
- ไมค์ — อัดเสียงสั้นๆ แล้วเปิดฟัง
- กล้องหน้าและกล้องหลัง — ถ่ายอย่างละรูป ดูว่าโฟกัสเข้าและไม่มีฝ้าในภาพ ลองวิดีโอคอลสั้นๆ ยิ่งดี เพราะได้เช็คกล้องกับไมค์พร้อมกัน
- Wi-Fi และบลูทูธ — ต่อ Wi-Fi ให้ติดจริงและลองเปิดเว็บสักหน้า ถ้าเป็นรุ่นใส่ซิมและคุณมีซิมสำรอง ลองใส่ดูว่าจับสัญญาณไหม
- ความจุ — เช็คว่าความจุที่เครื่องรายงานตรงกับที่ประกาศ ไม่ใช่รุ่นความจุต่ำกว่าที่เขียนไว้
6. อายุการอัปเดต — ตัวแปรที่คนมองข้ามตอนต่อราคา
แท็บเล็ตมือสองที่ราคาถูกมากมักถูกเพราะเป็นรุ่นเก่าจนใกล้หมดอายุการอัปเดต ซึ่งกระทบการใช้งานจริงมากกว่าที่คิด
- เครื่องที่ไม่ได้รับอัปเดตระบบแล้ว จะเริ่มมีแอปที่ติดตั้งไม่ได้หรืออัปเดตต่อไม่ได้ เพราะแอปกำหนดเวอร์ชันระบบขั้นต่ำไว้ และจะไม่ได้แพตช์ความปลอดภัยด้วย
- ก่อนซื้อ ให้เช็คว่ารุ่นนั้นยังอยู่ในรายชื่อที่ผู้ผลิตรองรับไหม ทั้ง Apple และผู้ผลิตแอนดรอยด์ประกาศรายชื่อรุ่นที่รองรับไว้ในหน้าเว็บของตัวเองทุกครั้งที่ออกระบบรุ่นใหม่ ค้นชื่อรุ่นเทียบกับรายชื่อนั้นได้ก่อนตัดสินใจ
- ถามตัวเองว่าจะเอาไปทำอะไร ถ้าใช้ดูวิดีโอ อ่านหนังสือ หรือดูกล้องวงจรปิด รุ่นเก่าหน่อยก็คุ้มมาก แต่ถ้าจะใช้ทำงาน วาดรูป หรือเรียนออนไลน์ที่ต้องลงแอปเฉพาะ ให้เช็คก่อนว่าแอปที่ต้องใช้ยังรองรับระบบของเครื่องนั้นอยู่
- ลองเปิดแอปที่คุณจะใช้จริงหน้างานเลย ถ้าลงได้และเปิดได้ลื่นก็จบ ดีกว่าเถียงกันเรื่องสเปกบนกระดาษ
- รุ่นที่ยังได้อัปเดตอีกหลายปีมีสิทธิ์ขายต่อได้ราคาดีกว่าตอนคุณเลิกใช้ ตรงนี้ควรคิดรวมไปในราคาที่ยอมจ่ายวันนี้
7. ตอนนัดรับและจังหวะจ่ายเงิน
ลำดับสำคัญกว่าความเกรงใจ — ตรวจให้จบก่อน แล้วค่อยจ่าย
- นัดในที่สาธารณะที่มีคนและมีปลั๊กไฟ ร้านกาแฟหรือห้างเหมาะที่สุด เพราะต้องนั่งตรวจสิบถึงยี่สิบนาที และอาจต้องเสียบชาร์จดู
- เอาที่ชาร์จกับสายของตัวเองไปด้วย ถ้าใช้ของผู้ขายอย่างเดียว จะแยกไม่ออกว่าปัญหาอยู่ที่เครื่องหรือที่สาย
- ต้องมีเน็ตให้ใช้ตอนตรวจ เพราะการตั้งค่าเครื่องใหม่หลังล้างต้องต่ออินเทอร์เน็ต ถ้าที่นัดไม่มี Wi-Fi ให้เตรียมเปิดฮอตสปอตจากมือถือตัวเองไว้
- จ่ายหลังจากเครื่องผ่านหน้าตั้งค่าใหม่เข้าหน้าโฮมได้แล้วเท่านั้น ข้อนี้ไม่ต้องเกรงใจ ผู้ขายที่ตรงไปตรงมาจะเข้าใจ
- ถ่ายรูปเครื่องตอนหน้าจอเปิดอยู่ และเก็บสลิปโอนไว้ เผื่อต้องคุยกันทีหลัง
- ถ้าผู้ขายเร่งให้โอนก่อนเจอ อ้างว่ามีคนจองแล้วต้องมัดจำ หรือชวนย้ายไปคุยนอกเว็บตั้งแต่ยังไม่เห็นของ ให้ถือเป็นสัญญาณเตือน
ประกาศจากผู้ขายทั่วประเทศ ทักแชทถามก่อนได้ นัดรับหรือให้ส่งก็ตกลงกันเอง