ตั้งราคาของมือสองยังไงให้ขายออก ไม่ขาดทุน
หลักสั้นๆ: อย่าตั้งราคาจากราคาที่คุณซื้อมา — ตั้งจากราคาที่ของรุ่นเดียวกันขายออกจริงตอนนี้ วิธีหาคือค้นชื่อรุ่นในเว็บซื้อขาย ดูของสภาพใกล้เคียงกัน 5-10 รายการ ตัดตัวที่แพงสุดและถูกสุดทิ้ง แล้วตั้งของเราไว้กลางๆ ถึงต่ำกว่ากลางเล็กน้อยถ้าอยากขายไว
ขั้นตอนหาราคากลาง (10 นาที)
- ค้นชื่อรุ่นเต็ม ในเว็บซื้อขายมือสอง เช่น "iPhone 13 128GB" ไม่ใช่แค่ "iPhone"
- เก็บราคามา 5-10 รายการที่สภาพใกล้เคียงของเรา (อุปกรณ์ครบไหม มีกล่องไหม ตำหนิเยอะไหม)
- ตัดตัวที่แพงผิดปกติและถูกผิดปกติออก — พวกนั้นมักเป็นของที่ตั้งเล่นหรือของมีปัญหา
- ที่เหลือคือช่วงราคาจริงของตลาด ตั้งของเราในช่วงนี้
เผื่อต่อรองเท่าไหร่
คนซื้อของมือสองในไทยเกือบทุกคนจะขอต่อ ถ้าตั้งราคาเป๊ะแล้วไม่ยอมลดเลย ดีลมักจบไม่สวย
เผื่อไว้ประมาณ 5-10% ของราคาที่อยากได้จริง เช่น อยากได้ 9,000 ตั้ง 9,500-9,900 แล้วลดให้ตอนคุย — คนซื้อรู้สึกว่าได้ต่อ เราได้ราคาที่ตั้งใจ
อย่าเผื่อเยอะเกิน (เช่นตั้ง 12,000 เพื่อจะขาย 9,000) เพราะคนจะกรองราคาแล้วไม่เห็นประกาศเราตั้งแต่แรก
สัญญาณว่าราคาแพงเกินไป
- ลงไปแล้ว 7 วันไม่มีใครทักเลย ทั้งที่รูปและรายละเอียดครบ
- มีคนดูแต่ไม่มีคนถาม = คนเห็นราคาแล้วเลื่อนผ่าน
- คนที่ทักมาต่อราคาลงเยอะมากทุกคน (เกิน 30%) = ราคาเราหลุดจากตลาด
ทางแก้: ลดทีละ 5-10% ทุก 5-7 วัน จนเริ่มมีคนทัก — ดีกว่าลดทีเดียวเยอะๆ ซึ่งทำให้คนคิดว่าของมีปัญหา
ของที่ราคาตกเร็ว vs ตกช้า
ตกเร็ว: มือถือ คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ — รุ่นใหม่ออกทุกปี ยิ่งเก็บยิ่งเสียราคา ถ้าคิดจะขายให้ขายเลย
ตกช้า/ทรงตัว: เฟอร์นิเจอร์ไม้แท้ เครื่องมือช่าง ของสะสม นาฬิกาบางรุ่น — ไม่ต้องรีบเทขาย รอคนที่ต้องการจริงได้
ของที่โดนกดราคาหนักสุดคือของอิเล็กทรอนิกส์ที่อุปกรณ์ไม่ครบ — สายชาร์จหรือกล่องหายทำให้ราคาตกได้หลักพัน
ลงประกาศฟรี ไม่จำกัดจำนวน ไม่หักเปอร์เซ็นต์ — ผู้ซื้อทักแชทหาคุณโดยตรง