ซื้อ iPhone มือสอง ต้องเช็คอะไรบ้าง และราคาที่เหมาะสมคิดยังไง
ซื้อ iPhone มือสองให้ปลอดภัย มีสามอย่างที่ต้องผ่านก่อนคุยเรื่องราคา คือ เครื่องต้องออกจากบัญชี iCloud ของคนขายจริง · เลข IMEI ในเครื่องต้องตรงกับตัวเครื่อง · และเครื่องต้องไม่มีประวัติเปลี่ยนชิ้นส่วนที่คนขายไม่ได้บอก สามข้อนี้ใช้เวลารวมไม่ถึงสิบนาที และถ้าข้อไหนไม่ผ่าน ราคาถูกแค่ไหนก็ไม่คุ้ม เพราะเครื่องที่ล็อกบัญชีอยู่คือก้อนอลูมิเนียมที่เปิดใช้ไม่ได้เลย ส่วนเรื่อง "ราคาเท่าไหร่ถึงเรียกว่าไม่แพง" — บอกตรงๆ ว่า ไม่มีตัวเลขกลางที่ใช้ได้กับทุกเครื่อง ราคา iPhone มือสองรุ่นเดียวกันต่างกันได้มากตามความจุ สุขภาพแบต สถานะประกัน และช่วงเวลาที่ซื้อ หน้านี้จึงไม่บอกราคาเป็นตัวเลข แต่จะบอกวิธีตั้งกรอบราคาด้วยตัวเองที่ใช้ได้ทุกรุ่นทุกปี
1. สามอย่างที่ต้องผ่านก่อน ถ้าไม่ผ่านให้เดินออกมา
ทำสามข้อนี้ตอนเจอตัวจริง ต่อหน้าผู้ขาย ก่อนพูดเรื่องราคาหรือโอนเงินใดๆ ทั้งสิ้น
- บัญชี iCloud ต้องออกจากเครื่องแล้วจริง — เปิด ตั้งค่า แล้วดูบนสุดว่ายังมีชื่อบัญชีของคนขายค้างอยู่ไหม ถ้ามี ให้ขอให้เขาเลื่อนลงล่างสุดแล้วกดออกจากระบบต่อหน้าเรา
- ขอให้ล้างเครื่องต่อหน้า แล้วตั้งค่าใหม่จนถึงหน้าโฮม — ตั้งค่า > ทั่วไป > ถ่ายโอนหรือรีเซ็ต iPhone > ลบข้อมูลและการตั้งค่าทั้งหมด · เครื่องจะรีสตาร์ทมาที่หน้าทักทาย ให้กดตั้งค่าไปเรื่อยๆ ถ้าระหว่างทางเครื่องขึ้นถามรหัส Apple Account ของเจ้าของเดิม แปลว่าเครื่องยังล็อกอยู่ ไม่ต้องซื้อ จุดนี้สำคัญที่สุดในบทความนี้
- เลข IMEI ต้องตรงกัน — กดโทรออกด้วย `*#06#` เครื่องจะโชว์เลข IMEI ขึ้นมาเอง แล้วเทียบกับ ตั้งค่า > ทั่วไป > เกี่ยวกับ และเทียบกับเลขที่พิมพ์อยู่บนถาดซิม (บางรุ่นพิมพ์ไว้) ถ้าสามที่ไม่ตรงกัน ให้ถามต่อ อย่าเพิ่งโอน
- เช็คประวัติการเปลี่ยนชิ้นส่วน — ตั้งค่า > ทั่วไป > เกี่ยวกับ แล้วเลื่อนลงล่างสุด ถ้าเครื่องเคยเปลี่ยนจอ แบต หรือกล้อง จะมีหัวข้อ ชิ้นส่วนและประวัติการซ่อม โผล่ขึ้นมา ถ้าไม่เคยเปลี่ยนอะไรเลย หัวข้อนี้จะไม่มี
- ข้อควรรู้ของหัวข้อประวัติการซ่อม: มันบอกได้ว่ามีอะไร แต่ "ไม่มี" ไม่ได้แปลว่าเครื่องไม่เคยถูกแกะเสมอไป หัวข้อนี้ขึ้นกับรุ่นเครื่องและเวอร์ชัน iOS ใช้เป็นหลักฐานยืนยันได้ อย่าใช้เป็นหลักฐานปฏิเสธอย่างเดียว
2. สุขภาพแบตเตอรี่ — ตัวเลขเดียวที่ต่อรองราคาได้ตรงๆ
ต่างจากของมือสองหลายอย่าง iPhone บอกความเสื่อมของแบตเป็นตัวเลขให้เห็นกับตา จึงเป็นจุดที่คุยราคากันได้โดยไม่ต้องเถียงกันด้วยความรู้สึก
- ดูที่ ตั้งค่า > แบตเตอรี่ > สุขภาพแบตเตอรี่ (บางเวอร์ชันเขียนว่า สุขภาพแบตเตอรี่และการชาร์จ) แล้วอ่านบรรทัด ความจุสูงสุด ที่เป็นเปอร์เซ็นต์
- ตัวเลขนี้คือความจุที่เหลือเทียบกับตอนเครื่องใหม่ ยิ่งต่ำแปลว่ายิ่งใช้ได้สั้นลงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
- ในหน้าเดียวกันจะมีหัวข้อ ความสามารถในการชาร์จสูงสุด หรือข้อความแจ้งเตือนว่าแบตเสื่อมมากจนระบบลดประสิทธิภาพลง ถ้ามีข้อความแจ้งเตือนขึ้น ให้ถือว่าเครื่องนี้ต้องเปลี่ยนแบตในเร็ววัน
- ถ้าหน้านี้ขึ้นว่าไม่สามารถยืนยันข้อมูลแบตได้ ให้ถามว่าเคยเปลี่ยนแบตนอกศูนย์หรือเปล่า — เป็นอาการที่พบได้เวลาแบตที่ใส่อยู่ไม่ใช่ของแท้จากผู้ผลิต
- วิธีใช้ตัวเลขนี้ต่อรอง: ถามราคาเปลี่ยนแบตของรุ่นนั้นจากศูนย์บริการก่อนไปดูเครื่อง แล้วถ้าแบตเสื่อมมาก ใช้ค่าเปลี่ยนแบตจริงเป็นตัวเลขที่ขอลดราคา วิธีนี้มีที่มาให้คนขายตรวจสอบได้ คุยกันง่ายกว่าขอลดลอยๆ
3. เครื่องศูนย์ไทยกับเครื่องหิ้ว ดูตรงไหน และต่างกันตรงไหนจริงๆ
ประกาศขาย iPhone มือสองมักเขียนว่า "ศูนย์ไทย" หรือ "เครื่องหิ้ว" ซึ่งมีผลกับราคา และเช็คเองได้ในเครื่อง ไม่ต้องเชื่อคำบอกเล่า
- ดูที่ ตั้งค่า > ทั่วไป > เกี่ยวกับ แล้วอ่านบรรทัด หมายเลขรุ่น (Model) · ให้แตะที่บรรทัดนั้นหนึ่งครั้ง มันจะสลับไปโชว์รหัสรุ่นแบบเต็มที่ขึ้นต้นด้วยตัวอักษร
- ตัวอักษรท้ายรหัสรุ่นบอกตลาดที่เครื่องถูกขายออกมา เช่น TH คือเครื่องที่ขายในไทย · ZP ฮ่องกง · LL สหรัฐฯ · J ญี่ปุ่น — เอาไว้เทียบกับที่ประกาศเขียนไว้
- ผลที่ต่างกันจริงคือเรื่องประกัน เครื่องที่ซื้อจากต่างประเทศ เงื่อนไขการเคลมในไทยไม่เหมือนเครื่องที่ขายในไทย และเงื่อนไขนี้เปลี่ยนได้ตามช่วงเวลาและตามรุ่น อย่าเชื่อคำตอบสำเร็จรูปจากในกลุ่มซื้อขาย ถ้าเรื่องประกันสำคัญกับเรา ให้เอาเลขซีเรียลไปเช็คสถานะกับหน้าตรวจสอบการรับประกันของ Apple เองก่อนตัดสินใจ
- จุดที่ต้องลองด้วยตัวเองตอนเจอเครื่อง: เปิดกล้องแล้วกดถ่ายในโหมดปิดเสียง เครื่องบางตลาดปิดเสียงชัตเตอร์ไม่ได้ตามกฎหมายของประเทศนั้น ถ้าเรื่องนี้สำคัญกับเรา ทดสอบตอนนั้นเลย ใช้เวลาสิบวินาที
- ตัวเครื่องแบบเดียวกัน รหัสตลาดต่างกัน ราคามือสองจะไม่เท่ากัน — ไม่ใช่คนขายโก่งราคาหรือขายถูกผิดปกติเสมอไป ให้เทียบราคากับเครื่องรหัสเดียวกัน
4. จอ กล้อง Face ID — ทดสอบเองได้ใน 5 นาที
ทั้งหมดนี้ทำได้ตอนนั่งอยู่กับผู้ขาย ไม่ต้องใช้เครื่องมืออะไรเลย
- Face ID — เข้า ตั้งค่า > Face ID และรหัส แล้วลองตั้งค่าใบหน้าใหม่ ถ้าเครื่องตั้งไม่สำเร็จหรือขึ้นว่าใช้งานไม่ได้ มักเกี่ยวกับกล้องหน้าหรือจอที่เคยถูกเปลี่ยน · จุดนี้ซ่อมทีหลังแพง ให้ถือเป็นข้อสำคัญ ไม่ใช่ข้อจุกจิก
- True Tone — เปิดศูนย์ควบคุม แล้วกดค้างที่แถบความสว่าง จะเห็นปุ่ม True Tone ถ้าเครื่องรุ่นที่ควรมีแต่ปุ่มนี้หายไป เป็นสัญญาณที่พบได้บ่อยในเครื่องที่เปลี่ยนจอนอกศูนย์
- จอ — เปิดรูปพื้นขาวเต็มจอดูจุดด่างหรือจุดดับ แล้วเปิดรูปพื้นดำดูรอยแสงรั่วขอบจอ · เอียงเครื่องดูสีที่ขอบด้วย จอที่ถูกเปลี่ยนมักเพี้ยนสีไม่เท่าของเดิม
- สัมผัสจอ — ลากนิ้วช้าๆ ให้ทั่วจอในแอปโน้ต ดูว่ามีบริเวณที่นิ้วหลุดหรือไม่ตอบสนองไหม
- กล้อง — ถ่ายทุกเลนส์ทั้งหน้าและหลัง สลับซูมทุกระดับ แล้วอัดวิดีโอสั้นๆ หนึ่งคลิปฟังเสียงไมค์ · เครื่องที่เคยตกมักมีเลนส์ใดเลนส์หนึ่งเบลอ ทั้งที่เลนส์อื่นชัดปกติ
- ปุ่มและเสียง — กดปุ่มเพิ่มลดเสียงและปุ่มข้าง ลองสลับสวิตช์ปิดเสียง แล้วเปิดเพลงฟังลำโพงล่างกับลำโพงหูฟังด้านบน
- การชาร์จ — เสียบสายชาร์จดูว่าเครื่องรับไฟจริง และลองขยับสายเบาๆ ดูว่าไฟไม่กระพริบตัดๆ ต่อๆ
5. ราคาที่เหมาะสม คิดเองได้โดยไม่ต้องมีตารางราคา
ไม่มีใครบอกราคากลางของ iPhone มือสองได้แม่นๆ เพราะมันขยับตลอด สิ่งที่ทำได้คือตั้งกรอบให้ตัวเองก่อนไปคุย แล้วรู้ว่าอะไรควรทำให้ราคาลง
- หาเพดานก่อน — ราคาเครื่องใหม่รุ่นเดียวกันความจุเดียวกันในตอนนี้ (ถ้ายังขายอยู่) คือเพดาน ของมือสองต้องต่ำกว่านั้นเสมอ
- หาช่วงราคาจริงจากประกาศหลายใบ ไม่ใช่ใบเดียว — เปิดหมวดมือถือแล้วดูประกาศรุ่นเดียวกันสัก 5–10 ใบ จดช่วงราคาที่เจอ ใบที่ถูกผิดปกติกว่าเพื่อนมากๆ มักมีเหตุผลอยู่ในรายละเอียด ไม่ใช่ดวงดี
- สิ่งที่ทำให้ราคาต่างกันจริงในรุ่นเดียวกัน: ความจุ (Pro มีหลายความจุ ต่างกันเยอะ) · เปอร์เซ็นต์สุขภาพแบต · ประกันเหลือหรือหมดแล้ว · รหัสตลาดของเครื่อง · ประวัติการเปลี่ยนชิ้นส่วน · กล่องและอุปกรณ์ครบไหม · รอยบุบรอยร้าว
- จังหวะเวลามีผลกับราคาจริง — ทุกครั้งที่ผู้ผลิตเปิดตัวรุ่นใหม่ ราคามือสองของรุ่นเก่าจะขยับลง ถ้าไม่รีบ ซื้อหลังเปิดตัวรุ่นใหม่ได้เปรียบกว่า
- เวลาต่อรอง ให้ต่อด้วยเหตุผลที่ตรวจสอบได้ เช่น แบตเหลือกี่เปอร์เซ็นต์ ประกันหมดแล้ว หรือไม่มีกล่อง — ขอลดลอยๆ โดยไม่มีเหตุผล คนขายส่วนใหญ่ไม่ลดให้ และทำให้คุยกันยากขึ้นเปล่าๆ
6. สัญญาณเตือนตั้งแต่ยังคุยกันในแชท
ข้อเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าคนขายไม่ดีเสมอไป แต่ทุกข้อควรได้คำตอบก่อนนัดเจอ
- ไม่ยอมให้เลข IMEI หรือเลขซีเรียล ทั้งที่เครื่องอยู่ในมือ
- รูปในประกาศเป็นรูปเครื่องใหม่จากอินเทอร์เน็ต ไม่ใช่รูปเครื่องจริง — ขอรูปเครื่องเปิดหน้าจอพร้อมกระดาษเขียนวันที่
- ขอให้โอนมัดจำก่อนถึงจะให้ดูเครื่อง — ยิ่งเร่งยิ่งควรระวัง
- ราคาต่ำกว่าตลาดมากผิดปกติ พร้อมเหตุผลเร่งด่วน เช่น รีบใช้เงิน ต้องเดินทางวันนี้
- ไม่ยอมเจอตัว ขอส่งของอย่างเดียว สำหรับของราคาหลักหมื่น ควรเจอตัวและตรวจเครื่องเอง
- บอกว่าล้างเครื่องให้ไม่ได้เพราะข้อมูลเยอะ — ข้อนี้ไม่ควรยอม เพราะเป็นข้อเดียวที่พิสูจน์ว่าเครื่องไม่ติดล็อกบัญชี
7. ตอนนัดรับและจ่ายเงิน
- นัดในที่สาธารณะที่มีคนและมีกล้อง และนัดกลางวัน — ห้างหรือร้านกาแฟในห้างเป็นที่ที่ใช้กันบ่อยเพราะมีปลั๊กให้เสียบทดสอบด้วย
- ตรวจให้ครบทุกข้อก่อนโอน โดยเฉพาะขั้นตอนล้างเครื่องแล้วตั้งค่าใหม่จนถึงหน้าโฮม อย่าโอนระหว่างที่เครื่องกำลังล้างอยู่
- โอนแล้วเก็บสลิปไว้ พร้อมชื่อบัญชีปลายทาง และถ่ายรูปตัวเครื่องกับเลข IMEI ที่ได้รับไว้ด้วย
- ความจริงที่ต้องบอก: ปล่อยของเป็นที่ลงประกาศให้คนซื้อกับคนขายมาเจอกัน เราไม่ได้ถือเงินกลางให้ เงินที่โอนไปแล้วเราตามคืนให้ไม่ได้ การตรวจเครื่องให้จบก่อนโอนจึงเป็นเกราะเดียวที่แท้จริงของคนซื้อ
- ถ้ามีอะไรผิดปกติตอนเจอกัน การไม่ซื้อคือทางเลือกที่ถูกเสมอ ค่าเดินทางเที่ยวเดียวถูกกว่าเครื่องที่ใช้ไม่ได้มาก
ประกาศจากผู้ขายทั่วประเทศ ทักแชทถามก่อนได้ นัดรับหรือให้ส่งก็ตกลงกันเอง