ซื้อเฟอร์นิเจอร์มือสอง ต้องเช็คอะไรบ้างก่อนตกลง
ซื้อเฟอร์นิเจอร์มือสองให้จบสวยมี 3 ด่าน: วัดขนาดทางเข้าให้ผ่านก่อน → ตรวจโครงและร่องรอยแมลงต่อหน้า → บวกค่าขนส่งเข้าไปในราคาก่อนตัดสินใจ ด่านแรกคือด่านที่คนพลาดบ่อยที่สุด เพราะของถูกแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ถ้าเข้าลิฟต์ไม่ได้หรือเลี้ยวเข้าห้องไม่ได้ เรื่องที่ต้องรู้ไว้ก่อน: เว็บเราเป็นที่ลงประกาศ ไม่ได้ถือเงินให้ระหว่างดีล การตรวจของและจังหวะจ่ายเงินจึงเป็นหน้าที่ของคุณเองทั้งหมด ข้อดีคือคุณคุมได้เต็มที่ ถ้าตรวจก่อนจ่ายทุกครั้ง ความเสี่ยงจะเหลือน้อยมาก
1. วัดก่อน อย่าเพิ่งตกลง — ตัวเลขที่ต้องมีครบ 4 ชุด
ขั้นนี้ทำที่บ้านตัวเองก่อนออกไปดูของ ใช้เวลาสิบนาทีแต่กันปัญหาที่แก้ไม่ได้ทีหลัง
- ขนาดตัวสินค้า — ขอผู้ขายวัด กว้าง × ลึก × สูง เป็นเซนติเมตร อย่าเดาจากรูป มุมกล้องหลอกตาเรื่องขนาดได้ง่ายมาก
- ช่องประตูทุกบานที่ของต้องผ่าน — วัดความกว้างช่องตอนเปิดประตูสุด (ไม่ใช่ความกว้างบานประตู) รวมประตูหน้าบ้าน ประตูห้อง และประตูห้องน้ำถ้าจะเอาเข้าไปวาง
- ลิฟต์ — วัดทั้งความกว้างช่องประตูลิฟต์และขนาดภายในตู้ ของยาวบางชิ้นเข้าประตูลิฟต์ได้แต่ตั้งในตู้ไม่ได้ ถ้าคอนโดมีลิฟต์ขนของแยกให้ถามนิติว่าจองเวลาไว้ก่อนได้ไหม
- เส้นทางและจุดเลี้ยว — บันได ชานพัก โถงทางเดินแคบ จุดหักศอกคือจุดที่ของติดบ่อยกว่าประตู
ทริกที่ช่วยได้จริง: ของอย่างโซฟาหรือที่นอนมักผ่านช่องแคบได้ถ้าตะแคง — ให้เทียบ ความลึก ของโซฟากับความกว้างประตูด้วย ไม่ใช่ดูแค่ความยาว และถามผู้ขายว่า ถอดขาออกได้ไหม ขาโซฟา ขาโต๊ะ หัวเตียง ส่วนใหญ่ถอดได้ และช่วยได้หลายเซนติเมตร
ถ้าตัวเลขคาบเส้น ให้ถือว่าไม่ผ่าน เผื่อไว้อย่างน้อย 2-3 ซม. สำหรับมือคนยกและการขยับ
2. ดูวัสดุให้ออก — ตรงนี้ตัดสินว่าของจะอยู่ต่อได้อีกกี่ปี
เฟอร์นิเจอร์มือสองสองตัวที่หน้าตาเหมือนกัน อาจอยู่ต่อได้ต่างกันหลายปีเพราะวัสดุคนละแบบ
- ดูที่ขอบและใต้ท้องของ — จุดที่บอกวัสดุจริงได้ดีที่สุดคือขอบที่ไม่ได้ปิดผิว ใต้โต๊ะ หลังตู้ ด้านในลิ้นชัก ถ้าเห็นเป็นเศษไม้อัดกันเป็นแผ่นคือปาร์ติเคิลบอร์ด ถ้าเป็นเนื้อเรียบละเอียดสีน้ำตาลคือ MDF ไม้จริงจะเห็นลายไม้ต่อเนื่องไปถึงขอบ
- บวมน้ำคือจบ — ปาร์ติเคิลบอร์ดและ MDF ที่เคยโดนน้ำจะบวมพองที่ขอบล่างและกดแล้วยุบ อาการนี้ซ่อมไม่ได้ ให้ผ่านไปเลย โดยเฉพาะตู้ที่เคยวางในครัวหรือห้องน้ำ
- วีเนียร์/ผิวลามิเนตลอก — ลองใช้เล็บสะกิดเบาๆ ที่มุม ถ้าเผยอแล้วจะลามต่อ ซ่อมให้สวยยาก
- เหล็กขึ้นสนิม — ดูที่ขาและจุดเชื่อม สนิมผิวขัดได้ แต่สนิมที่กินจนเป็นรูหรือทำให้ขาบุ๋มคือโครงสร้างเสียแล้ว
- ผ้าและหนัง — หนังเทียมเก่าจะลอกเป็นขุย ดูที่พนักพิงและที่วางแขนซึ่งสึกก่อนเสมอ ส่วนผ้าให้ดมกลิ่นด้วย กลิ่นอับหรือกลิ่นสัตว์เลี้ยงติดในฟองน้ำแล้วเอาออกยาก
3. แมลงและความสะอาด — ข้อเดียวที่ควรยอมเสียดีลทิ้ง
นี่คือความเสี่ยงเฉพาะตัวของเฟอร์นิเจอร์มือสองที่ของหมวดอื่นไม่มี และเป็นเหตุผลเดียวที่ควรถอยแม้ของจะถูกมาก
- ปลวกและมอดไม้ — มองหารูเล็กๆ บนเนื้อไม้ ผงไม้ละเอียดกองใต้ของ หรือทางเดินดินแห้งๆ ตามขา เคาะแล้วเสียงกลวงผิดปกติก็เป็นสัญญาณ
- ตัวเรือด (bed bug) — เสี่ยงที่สุดกับที่นอน โซฟาผ้า และเก้าอี้บุนวม ให้เปิดดูตามตะเข็บ ซอกมุม ใต้ป้าย และร่องใต้เบาะ สัญญาณคือจุดดำเล็กๆ เป็นกลุ่ม คราบสีน้ำตาลแดง หรือคราบเปลือกลอก
- เชื้อราและความชื้น — จุดดำตามหลังตู้และมุมอับ พร้อมกลิ่นอับ แปลว่าของเคยอยู่ในที่ชื้น ตัวเฟอร์นิเจอร์อาจดูดความชื้นไว้แล้ว
เจอสัญญาณแมลงเมื่อไหร่ให้ผ่าน ไม่ต้องต่อราคา เพราะค่ากำจัดและความเสี่ยงที่จะลามไปทั้งบ้านแพงกว่าส่วนต่างที่ประหยัดได้เสมอ ของบุนวมที่ตรวจข้างในไม่ได้ ให้ระวังเป็นพิเศษ
ของที่ผ่านแล้ว ตั้งใจไว้เลยว่าจะทำความสะอาดก่อนเอาเข้าห้อง — เช็ดโครง ดูดฝุ่นตามตะเข็บ และผึ่งแดดถ้าเป็นของที่ผึ่งได้
4. เช็คลิสต์ตามชนิดของ
ไล่ทีละข้อตอนไปดูของ ทำต่อหน้าผู้ขายได้ ไม่ใช่เรื่องเสียมารยาท
- โซฟา — นั่งจริงทุกที่นั่ง ฟังเสียงลั่น ลองโยกดูว่าโครงแน่นไหม กดเบาะดูว่าฟองน้ำคืนตัวหรือยุบค้าง เปิดดูใต้ท้องว่าสายรัดหรือสปริงขาดไหม
- ตู้และลิ้นชัก — ชัก-ปิดทุกบานทุกลิ้นชักจนสุด รางที่ฝืดหรือตกรางคืองานซ่อม บานพับต้องไม่ตก ประตูต้องปิดสนิทเสมอกัน
- โต๊ะ — วางบนพื้นเรียบแล้วโยก ถ้าโยกให้ดูว่าเกิดจากขาไม่เท่า (แก้ง่าย) หรือโครงหลวม (แก้ยาก) กดกลางแผ่นท็อปดูว่าแอ่นไหม
- เก้าอี้สำนักงาน — ปรับขึ้นลงจริงแล้วนั่งค้างสักครู่ ถ้าค่อยๆ ทรุดลงเองคือโช้กแก๊สเสีย เปลี่ยนได้แต่มีค่าใช้จ่าย ลองล้อทุกล้อบนพื้นจริง และโยกพนักพิงดูกลไกเอน
- เตียง — ถามว่ามีน็อตและอุปกรณ์ประกอบครบไหม เตียงหลายรุ่นถอดประกอบซ้ำแล้วรูน็อตหลวม ให้ดูสภาพรูน็อตด้วย ไม่ใช่ดูแค่หัวเตียง
- ที่นอน — เสี่ยงสูงสุดในบรรดาเฟอร์นิเจอร์มือสอง ทั้งเรื่องตัวเรือด คราบ และการยุบตัวที่ดูจากรูปไม่ออก ถ้าจะซื้อ ต้องเห็นของจริงและเปิดดูทุกตะเข็บ
- เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มากับเฟอร์นิเจอร์ (เช่น ตู้พร้อมไฟ โต๊ะปรับไฟฟ้า) — ต้องเสียบปลั๊กลองจริงเท่านั้น อย่ารับคำว่า "ใช้ได้ปกติ" โดยไม่ได้เห็น
5. ค่าขนส่ง — ตัวเลขที่ต้องคิดก่อนตกลงราคา
ของชิ้นใหญ่ต่างจากของชิ้นเล็กตรงที่ค่าขนอาจกินส่วนลดที่ได้มาจนหมด ให้ถามให้ครบก่อนตกลง
- ใครขน และขนถึงตรงไหน — ถึงหน้าบ้าน ถึงหน้าห้อง หรือถึงในห้อง สามอย่างนี้ราคาไม่เท่ากันและเป็นจุดที่เข้าใจไม่ตรงกันบ่อย
- ต้องใช้คนยกกี่คน — ของอย่างโซฟาสามที่นั่ง ตู้เสื้อผ้า หรือที่นอน คนเดียวขนไม่ไหว ถ้าต้นทางหรือปลายทางไม่มีลิฟต์ ต้องบอกคนขนล่วงหน้า
- ราคาค่าขนขึ้นกับอะไร — ระยะทาง ขนาดรถที่ต้องใช้ จำนวนคนยก และมีลิฟต์หรือต้องแบกบันไดกี่ชั้น ให้ขอราคาจริงจากผู้ให้บริการก่อน อย่าประมาณเอาเอง แล้วค่อยเอาไปบวกกับราคาของ
- เทียบกับของใหม่ก่อนเคาะ — เอาราคาของ + ค่าขน + ค่าทำความสะอาด/ซ่อมเล็กน้อย มาเทียบกับของใหม่รุ่นใกล้กัน ถ้าต่างกันไม่มาก ของมือสองอาจไม่คุ้มความเสี่ยง
- นัดวันให้ตรงกัน — ถ้าคุณจ้างรถเอง ให้ยืนยันวันเวลากับผู้ขายก่อนจองรถ ค่ารถเสียเที่ยวเป็นภาระของคุณ
6. ตอนนัดรับและจังหวะจ่ายเงิน
หลักเดียวกับของมือสองทุกชนิด แต่เฟอร์นิเจอร์มีข้อพิเศษตรงที่มักต้องไปดูถึงบ้านผู้ขาย
- ตรวจให้จบก่อนจ่าย ทุกครั้ง เจอตำหนิที่ไม่ได้บอกไว้ในประกาศ ต่อรองหรือถอยได้ ไม่ต้องเกรงใจ
- ไม่มัดจำก่อนเจอ โดยเฉพาะกับบัญชีที่ไม่มีประวัติ การอ้างว่ามีคนจองแล้วเพื่อเร่งให้โอนเป็นรูปแบบที่พบบ่อย
- ต้องไปดูที่บ้านเขา ให้พาคนไปด้วย และบอกคนใกล้ตัวว่าไปไหน กับใคร กี่โมง — ของใหญ่เลี่ยงการไปบ้านไม่ได้ แต่ไปคนเดียวเลี่ยงได้
- ถ่ายรูปตอนรับของ ทั้งตัวของและจุดตำหนิ เก็บสลิปและเก็บแชทไว้ อย่าเพิ่งลบเมื่อดีลจบ
- ถ้าให้ผู้ขายส่งของมาให้ ให้จ่ายเมื่อของถึงและตรวจแล้ว หรือแบ่งจ่ายโดยยอดหลักจ่ายตอนรับของ
ประกาศจากผู้ขายทั่วประเทศ ทักแชทถามก่อนได้ นัดรับหรือให้ส่งก็ตกลงกันเอง