ปล่อยของMarketplace
สำหรับคนซื้อ

ซื้อเฟอร์นิเจอร์มือสอง ต้องเช็คอะไรบ้างก่อนตกลง

อัปเดต 28 สิงหาคม 2569

ซื้อเฟอร์นิเจอร์มือสองให้จบสวยมี 3 ด่าน: วัดขนาดทางเข้าให้ผ่านก่อนตรวจโครงและร่องรอยแมลงต่อหน้าบวกค่าขนส่งเข้าไปในราคาก่อนตัดสินใจ ด่านแรกคือด่านที่คนพลาดบ่อยที่สุด เพราะของถูกแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ถ้าเข้าลิฟต์ไม่ได้หรือเลี้ยวเข้าห้องไม่ได้ เรื่องที่ต้องรู้ไว้ก่อน: เว็บเราเป็นที่ลงประกาศ ไม่ได้ถือเงินให้ระหว่างดีล การตรวจของและจังหวะจ่ายเงินจึงเป็นหน้าที่ของคุณเองทั้งหมด ข้อดีคือคุณคุมได้เต็มที่ ถ้าตรวจก่อนจ่ายทุกครั้ง ความเสี่ยงจะเหลือน้อยมาก

1. วัดก่อน อย่าเพิ่งตกลง — ตัวเลขที่ต้องมีครบ 4 ชุด

ขั้นนี้ทำที่บ้านตัวเองก่อนออกไปดูของ ใช้เวลาสิบนาทีแต่กันปัญหาที่แก้ไม่ได้ทีหลัง

  • ขนาดตัวสินค้า — ขอผู้ขายวัด กว้าง × ลึก × สูง เป็นเซนติเมตร อย่าเดาจากรูป มุมกล้องหลอกตาเรื่องขนาดได้ง่ายมาก
  • ช่องประตูทุกบานที่ของต้องผ่าน — วัดความกว้างช่องตอนเปิดประตูสุด (ไม่ใช่ความกว้างบานประตู) รวมประตูหน้าบ้าน ประตูห้อง และประตูห้องน้ำถ้าจะเอาเข้าไปวาง
  • ลิฟต์ — วัดทั้งความกว้างช่องประตูลิฟต์และขนาดภายในตู้ ของยาวบางชิ้นเข้าประตูลิฟต์ได้แต่ตั้งในตู้ไม่ได้ ถ้าคอนโดมีลิฟต์ขนของแยกให้ถามนิติว่าจองเวลาไว้ก่อนได้ไหม
  • เส้นทางและจุดเลี้ยว — บันได ชานพัก โถงทางเดินแคบ จุดหักศอกคือจุดที่ของติดบ่อยกว่าประตู

ทริกที่ช่วยได้จริง: ของอย่างโซฟาหรือที่นอนมักผ่านช่องแคบได้ถ้าตะแคง — ให้เทียบ ความลึก ของโซฟากับความกว้างประตูด้วย ไม่ใช่ดูแค่ความยาว และถามผู้ขายว่า ถอดขาออกได้ไหม ขาโซฟา ขาโต๊ะ หัวเตียง ส่วนใหญ่ถอดได้ และช่วยได้หลายเซนติเมตร

ถ้าตัวเลขคาบเส้น ให้ถือว่าไม่ผ่าน เผื่อไว้อย่างน้อย 2-3 ซม. สำหรับมือคนยกและการขยับ

2. ดูวัสดุให้ออก — ตรงนี้ตัดสินว่าของจะอยู่ต่อได้อีกกี่ปี

เฟอร์นิเจอร์มือสองสองตัวที่หน้าตาเหมือนกัน อาจอยู่ต่อได้ต่างกันหลายปีเพราะวัสดุคนละแบบ

  • ดูที่ขอบและใต้ท้องของ — จุดที่บอกวัสดุจริงได้ดีที่สุดคือขอบที่ไม่ได้ปิดผิว ใต้โต๊ะ หลังตู้ ด้านในลิ้นชัก ถ้าเห็นเป็นเศษไม้อัดกันเป็นแผ่นคือปาร์ติเคิลบอร์ด ถ้าเป็นเนื้อเรียบละเอียดสีน้ำตาลคือ MDF ไม้จริงจะเห็นลายไม้ต่อเนื่องไปถึงขอบ
  • บวมน้ำคือจบ — ปาร์ติเคิลบอร์ดและ MDF ที่เคยโดนน้ำจะบวมพองที่ขอบล่างและกดแล้วยุบ อาการนี้ซ่อมไม่ได้ ให้ผ่านไปเลย โดยเฉพาะตู้ที่เคยวางในครัวหรือห้องน้ำ
  • วีเนียร์/ผิวลามิเนตลอก — ลองใช้เล็บสะกิดเบาๆ ที่มุม ถ้าเผยอแล้วจะลามต่อ ซ่อมให้สวยยาก
  • เหล็กขึ้นสนิม — ดูที่ขาและจุดเชื่อม สนิมผิวขัดได้ แต่สนิมที่กินจนเป็นรูหรือทำให้ขาบุ๋มคือโครงสร้างเสียแล้ว
  • ผ้าและหนัง — หนังเทียมเก่าจะลอกเป็นขุย ดูที่พนักพิงและที่วางแขนซึ่งสึกก่อนเสมอ ส่วนผ้าให้ดมกลิ่นด้วย กลิ่นอับหรือกลิ่นสัตว์เลี้ยงติดในฟองน้ำแล้วเอาออกยาก

3. แมลงและความสะอาด — ข้อเดียวที่ควรยอมเสียดีลทิ้ง

นี่คือความเสี่ยงเฉพาะตัวของเฟอร์นิเจอร์มือสองที่ของหมวดอื่นไม่มี และเป็นเหตุผลเดียวที่ควรถอยแม้ของจะถูกมาก

  • ปลวกและมอดไม้ — มองหารูเล็กๆ บนเนื้อไม้ ผงไม้ละเอียดกองใต้ของ หรือทางเดินดินแห้งๆ ตามขา เคาะแล้วเสียงกลวงผิดปกติก็เป็นสัญญาณ
  • ตัวเรือด (bed bug) — เสี่ยงที่สุดกับที่นอน โซฟาผ้า และเก้าอี้บุนวม ให้เปิดดูตามตะเข็บ ซอกมุม ใต้ป้าย และร่องใต้เบาะ สัญญาณคือจุดดำเล็กๆ เป็นกลุ่ม คราบสีน้ำตาลแดง หรือคราบเปลือกลอก
  • เชื้อราและความชื้น — จุดดำตามหลังตู้และมุมอับ พร้อมกลิ่นอับ แปลว่าของเคยอยู่ในที่ชื้น ตัวเฟอร์นิเจอร์อาจดูดความชื้นไว้แล้ว

เจอสัญญาณแมลงเมื่อไหร่ให้ผ่าน ไม่ต้องต่อราคา เพราะค่ากำจัดและความเสี่ยงที่จะลามไปทั้งบ้านแพงกว่าส่วนต่างที่ประหยัดได้เสมอ ของบุนวมที่ตรวจข้างในไม่ได้ ให้ระวังเป็นพิเศษ

ของที่ผ่านแล้ว ตั้งใจไว้เลยว่าจะทำความสะอาดก่อนเอาเข้าห้อง — เช็ดโครง ดูดฝุ่นตามตะเข็บ และผึ่งแดดถ้าเป็นของที่ผึ่งได้

4. เช็คลิสต์ตามชนิดของ

ไล่ทีละข้อตอนไปดูของ ทำต่อหน้าผู้ขายได้ ไม่ใช่เรื่องเสียมารยาท

  • โซฟา — นั่งจริงทุกที่นั่ง ฟังเสียงลั่น ลองโยกดูว่าโครงแน่นไหม กดเบาะดูว่าฟองน้ำคืนตัวหรือยุบค้าง เปิดดูใต้ท้องว่าสายรัดหรือสปริงขาดไหม
  • ตู้และลิ้นชัก — ชัก-ปิดทุกบานทุกลิ้นชักจนสุด รางที่ฝืดหรือตกรางคืองานซ่อม บานพับต้องไม่ตก ประตูต้องปิดสนิทเสมอกัน
  • โต๊ะ — วางบนพื้นเรียบแล้วโยก ถ้าโยกให้ดูว่าเกิดจากขาไม่เท่า (แก้ง่าย) หรือโครงหลวม (แก้ยาก) กดกลางแผ่นท็อปดูว่าแอ่นไหม
  • เก้าอี้สำนักงาน — ปรับขึ้นลงจริงแล้วนั่งค้างสักครู่ ถ้าค่อยๆ ทรุดลงเองคือโช้กแก๊สเสีย เปลี่ยนได้แต่มีค่าใช้จ่าย ลองล้อทุกล้อบนพื้นจริง และโยกพนักพิงดูกลไกเอน
  • เตียง — ถามว่ามีน็อตและอุปกรณ์ประกอบครบไหม เตียงหลายรุ่นถอดประกอบซ้ำแล้วรูน็อตหลวม ให้ดูสภาพรูน็อตด้วย ไม่ใช่ดูแค่หัวเตียง
  • ที่นอน — เสี่ยงสูงสุดในบรรดาเฟอร์นิเจอร์มือสอง ทั้งเรื่องตัวเรือด คราบ และการยุบตัวที่ดูจากรูปไม่ออก ถ้าจะซื้อ ต้องเห็นของจริงและเปิดดูทุกตะเข็บ
  • เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มากับเฟอร์นิเจอร์ (เช่น ตู้พร้อมไฟ โต๊ะปรับไฟฟ้า) — ต้องเสียบปลั๊กลองจริงเท่านั้น อย่ารับคำว่า "ใช้ได้ปกติ" โดยไม่ได้เห็น

5. ค่าขนส่ง — ตัวเลขที่ต้องคิดก่อนตกลงราคา

ของชิ้นใหญ่ต่างจากของชิ้นเล็กตรงที่ค่าขนอาจกินส่วนลดที่ได้มาจนหมด ให้ถามให้ครบก่อนตกลง

  • ใครขน และขนถึงตรงไหน — ถึงหน้าบ้าน ถึงหน้าห้อง หรือถึงในห้อง สามอย่างนี้ราคาไม่เท่ากันและเป็นจุดที่เข้าใจไม่ตรงกันบ่อย
  • ต้องใช้คนยกกี่คน — ของอย่างโซฟาสามที่นั่ง ตู้เสื้อผ้า หรือที่นอน คนเดียวขนไม่ไหว ถ้าต้นทางหรือปลายทางไม่มีลิฟต์ ต้องบอกคนขนล่วงหน้า
  • ราคาค่าขนขึ้นกับอะไร — ระยะทาง ขนาดรถที่ต้องใช้ จำนวนคนยก และมีลิฟต์หรือต้องแบกบันไดกี่ชั้น ให้ขอราคาจริงจากผู้ให้บริการก่อน อย่าประมาณเอาเอง แล้วค่อยเอาไปบวกกับราคาของ
  • เทียบกับของใหม่ก่อนเคาะ — เอาราคาของ + ค่าขน + ค่าทำความสะอาด/ซ่อมเล็กน้อย มาเทียบกับของใหม่รุ่นใกล้กัน ถ้าต่างกันไม่มาก ของมือสองอาจไม่คุ้มความเสี่ยง
  • นัดวันให้ตรงกัน — ถ้าคุณจ้างรถเอง ให้ยืนยันวันเวลากับผู้ขายก่อนจองรถ ค่ารถเสียเที่ยวเป็นภาระของคุณ

6. ตอนนัดรับและจังหวะจ่ายเงิน

หลักเดียวกับของมือสองทุกชนิด แต่เฟอร์นิเจอร์มีข้อพิเศษตรงที่มักต้องไปดูถึงบ้านผู้ขาย

  • ตรวจให้จบก่อนจ่าย ทุกครั้ง เจอตำหนิที่ไม่ได้บอกไว้ในประกาศ ต่อรองหรือถอยได้ ไม่ต้องเกรงใจ
  • ไม่มัดจำก่อนเจอ โดยเฉพาะกับบัญชีที่ไม่มีประวัติ การอ้างว่ามีคนจองแล้วเพื่อเร่งให้โอนเป็นรูปแบบที่พบบ่อย
  • ต้องไปดูที่บ้านเขา ให้พาคนไปด้วย และบอกคนใกล้ตัวว่าไปไหน กับใคร กี่โมง — ของใหญ่เลี่ยงการไปบ้านไม่ได้ แต่ไปคนเดียวเลี่ยงได้
  • ถ่ายรูปตอนรับของ ทั้งตัวของและจุดตำหนิ เก็บสลิปและเก็บแชทไว้ อย่าเพิ่งลบเมื่อดีลจบ
  • ถ้าให้ผู้ขายส่งของมาให้ ให้จ่ายเมื่อของถึงและตรวจแล้ว หรือแบ่งจ่ายโดยยอดหลักจ่ายตอนรับของ
ดูของที่มีตอนนี้

ประกาศจากผู้ขายทั่วประเทศ ทักแชทถามก่อนได้ นัดรับหรือให้ส่งก็ตกลงกันเอง

ดูเฟอร์นิเจอร์บอกสิ่งที่กำลังตามหา

คำถามที่พบบ่อย

ที่นอนมือสองซื้อได้ไหม
ซื้อได้ แต่เป็นหมวดที่เสี่ยงที่สุดและตรวจยากที่สุด เพราะทั้งตัวเรือด คราบภายใน และการยุบตัวดูจากรูปไม่ออก ถ้าจะซื้อ ต้องเห็นของจริง เปิดดูทุกตะเข็บและใต้ป้าย และกดลองทั้งผืนไม่ใช่แค่ตรงกลาง ถ้าตรวจข้างในไม่ได้หรือผู้ขายไม่ให้เปิดดู ให้ผ่าน
เฟอร์นิเจอร์บิลท์อินที่เขาถอดมาขาย เอาไปใช้ต่อได้ไหม
ขึ้นอยู่กับว่าถอดมาแล้วยังครบและตั้งอยู่ได้เองไหม ของบิลท์อินหลายชิ้นออกแบบให้ยึดกับผนังหรือเข้ามุมพอดีกับห้องเดิม พอย้ายที่แล้วอาจไม่มีด้านหลัง ไม่มีขา หรือขนาดไม่ลงตัวกับห้องใหม่ ให้ถามรูปตอนถอดออกมาแล้ว และวัดพื้นที่ของตัวเองให้ชัดก่อนตกลง
ผู้ขายขอมัดจำเพราะกลัวเราไม่มาเอาของใหญ่ ควรให้ไหม
โดยทั่วไปไม่ควรมัดจำก่อนเจอตัวและเห็นของ ถ้าเข้าใจเหตุผลของผู้ขายและอยากจองจริง ให้เป็นจำนวนน้อย นัดวันที่แน่นอนไว้เลย และคุยให้ชัดว่าถ้าของไม่ตรงกับที่บอกไว้จะคืนมัดจำ เก็บข้อความที่ตกลงกันไว้เป็นหลักฐานทุกครั้ง
ของทำจากปาร์ติเคิลบอร์ดหรือ MDF มือสอง ซื้อได้ไหม
ซื้อได้ถ้าสภาพยังแห้งสนิทและไม่เคยโดนน้ำ ข้อเสียคือทนความชื้นต่ำและถอดประกอบซ้ำหลายรอบไม่ได้เพราะรูน็อตจะหลวม ให้ตรวจขอบล่างและด้านหลังว่าบวมหรือกดแล้วยุบไหม และถามว่าเคยถอดประกอบมากี่ครั้ง ถ้าต้องขนย้ายไกลและถอดประกอบใหม่ ของกลุ่มนี้เสี่ยงกว่าไม้จริง
ค่าขนส่งควรเป็นของใคร
ไม่มีกฎตายตัว ส่วนใหญ่ผู้ซื้อเป็นคนจัดการเองเพราะเป็นคนเลือกปลายทาง แต่ตกลงกันได้ทุกแบบ สิ่งสำคัญคือคุยให้จบก่อนเคาะราคาว่าใครจ่าย ใครหาคนยก และส่งถึงตรงไหน ไม่ใช่ไปเถียงกันตอนรถมาถึงหน้าบ้านแล้ว

อ่านต่อ

นัดรับของมือสองยังไงให้ปลอดภัย ทั้งคนซื้อและคนขาย
วิธีนัดรับของมือสองให้ปลอดภัย — เลือกสถานที่ยังไง เวลาไหน ตรวจของตอนไหน จ่ายเงินจังหวะไหน และสัญญาณอันตรายที่ควรถอย
กลโกงซื้อขายของมือสองที่เจอบ่อย และวิธีเลี่ยง
รวมรูปแบบการโกงในการซื้อขายของมือสองออนไลน์ที่พบบ่อย พร้อมวิธีสังเกตและวิธีป้องกันแบบทำได้จริง
ตั้งราคาของมือสองยังไงให้ขายออก ไม่ขาดทุน
วิธีหาราคากลางของมือสองจากข้อมูลจริง ตั้งราคาเริ่มต้นเท่าไหร่ เผื่อต่อรองแค่ไหน และสัญญาณว่าราคาแพงเกินไป