ซื้อเก้าอี้มือสอง ต้องเช็คอะไรบ้าง — เก้าอี้ทำงาน เก้าอี้โยก เก้าอี้ไม้
ซื้อเก้าอี้มือสองตัดสินได้ด้วยการทดสอบสามอย่างต่อหน้าเท่านั้น: นั่งเต็มก้นแล้วถ่ายน้ำหนักไปมา → ยกขึ้นดูใต้เก้าอี้และจุดต่อทุกจุด → วางบนพื้นเรียบแล้วดูว่าขาแตะพื้นครบทุกขาไหม เก้าอี้เป็นของที่ดูจากรูปแล้วบอกอะไรแทบไม่ได้เลย เพราะสิ่งที่พังคือข้อต่อกับกลไก ซึ่งอยู่ใต้เบาะและใต้ตัวเก้าอี้ทั้งหมด เก้าอี้ยังต่างจากเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่นตรงที่ ราคาถูกพอจะซื้อผิดได้ง่าย แต่เป็นของที่คุณจะนั่งทุกวัน ตัวที่โยกนิดเดียวหรือเบาะยุบข้างเดียวจะกวนใจไปตลอดอายุการใช้งาน และเก้าอี้มือสองส่วนใหญ่ไม่มีอะไหล่ให้เปลี่ยนแบบตรงรุ่น เรื่องที่ต้องรู้ไว้ก่อน: ปล่อยของเป็นที่ลงประกาศให้ผู้ซื้อกับผู้ขายเจอกันเท่านั้น เราไม่ได้ถือเงินไว้ให้กลางทาง ไม่มีระบบคืนเงินให้เมื่อของไม่ตรงปก การตรวจของต่อหน้าและจ่ายเงินตอนรับของจึงเป็นการป้องกันตัวหลักของคุณ ไม่ใช่ขั้นตอนที่ข้ามได้
1. ถามให้ได้สามอย่างก่อนเดินทางไปดู
เก้าอี้เป็นของที่ค่าเดินทางไปดูมักแพงกว่าส่วนต่างราคาที่ต่อได้ ถามให้ครบก่อนออกจากบ้าน
- กี่ตัว และทุกตัวเหมือนกันจริงไหม — ประกาศที่เขียนว่า "เก้าอี้ 4 ตัว" อาจเป็นของสองล็อตที่สีหรือรุ่นต่างกันเล็กน้อย ขอรูปที่เห็นทุกตัวอยู่ในเฟรมเดียวกัน ไม่ใช่รูปตัวเดียวสี่มุม
- ยี่ห้อและรุ่น ถ้ามีสติกเกอร์ใต้เก้าอี้ — ขอให้ถ่ายสติกเกอร์หรือป้ายใต้ที่นั่งมาให้ดู มีประโยชน์สองทาง: ใช้หาว่ารุ่นนี้มีอะไหล่ขายไหม และใช้เทียบราคาของใหม่เพื่อตั้งเพดานราคาให้ตัวเอง ถ้าไม่มีป้ายเลยก็ไม่ได้แปลว่าของไม่ดี แต่แปลว่าคุณจะหาอะไหล่ยากขึ้นมาก
- ปรับอะไรได้บ้าง และตอนนี้ยังปรับได้จริงทุกอันไหม — สำหรับเก้าอี้ทำงานให้ถามตรงๆ ว่าปรับขึ้นลงได้ไหม เอนได้ไหม ล็อกเอนได้ไหม เท้าแขนปรับได้ไหม ถามทีละอันและขอคำตอบทีละอัน เพราะคำว่า "ใช้งานได้ปกติ" มักหมายถึงนั่งได้ ไม่ได้หมายถึงทุกกลไกยังทำงาน
- ขอรูปเพิ่มสองรูปที่คนขายมักไม่ถ่ายเอง: ใต้ที่นั่ง และ ฐานกับล้อ (หรือปลายขาทั้งสี่สำหรับเก้าอี้ไม้) สองจุดนี้บอกสภาพจริงมากกว่ารูปมุมสวยทั้งอัลบั้ม
2. ท่าตรวจกลาง — ใช้ได้กับเก้าอี้ทุกแบบ ทำก่อนเสมอ
สี่ข้อนี้ใช้เวลารวมไม่ถึงสองนาที และคัดเก้าอี้ที่ไม่ควรซื้อออกได้เกือบหมดก่อนจะไปดูรายละเอียดเฉพาะแบบ
- นั่งเต็มก้นแล้วถ่ายน้ำหนักไปซ้ายขวาหน้าหลัง อย่านั่งขอบเดียวแล้วลุก ให้นั่งเหมือนตอนใช้จริงและขยับตัว ฟังเสียงลั่นและรู้สึกว่ามีจุดไหน "ยวบ" ลงไปกว่าจุดอื่นไหม
- วางบนพื้นเรียบแล้วกดมุมทีละมุม พื้นที่นัดต้องเรียบจริง ถ้าเก้าอี้โยกบนพื้นเรียบแปลว่าขาไม่เท่ากันหรือโครงบิด ไม่ใช่พื้นเอียง · เก้าอี้ไม้ที่โยกเล็กน้อยมักแก้ได้ด้วยการรองปลายขา แต่เก้าอี้ที่โครงบิดจนที่นั่งเอียงตามคือคนละเรื่องกัน
- ยกทั้งตัวขึ้นดูข้างใต้ — จุดที่ต้องหาคือ ร่องรอยการซ่อม: ตะปูหรือสกรูที่หัวใหม่กว่าตัวอื่น เหล็กฉากยึดมุมที่ไม่เข้าชุดกับงานเดิม คราบกาวแห้งที่ล้นออกมาจากข้อต่อ หรือเทปพันจุดใดจุดหนึ่ง ของพวกนี้ไม่ได้แปลว่าซื้อไม่ได้ แต่แปลว่า จุดนั้นเคยหลวมมาก่อน และมักจะหลวมอีก ให้ใช้ต่อรองราคาและตัดสินใจโดยรู้ตัว
- จับพนักพิงแล้วโยกไปหน้าหลัง โดยที่ไม่มีคนนั่ง ถ้าพนักพิงขยับเป็นอิสระจากที่นั่ง แปลว่าจุดต่อพนักหลวม ซึ่งเป็นจุดที่รับแรงมากที่สุดของเก้าอี้ทุกแบบ
3. เก้าอี้ทำงานและเก้าอี้สำนักงาน — ตรวจกลไกก่อนตรวจเบาะ
เก้าอี้ทำงานมือสองคุ้มที่สุดในบรรดาเก้าอี้ทุกแบบ เพราะของดีตกรุ่นเยอะ แต่จุดที่พังเป็นกลไกซึ่งมองจากรูปไม่เห็นเลยสักจุด
- โช้กแก๊ส (กระบอกปรับขึ้นลง) — ทดสอบให้ได้ก่อนอย่างอื่นทั้งหมด ปรับให้สูงสุด แล้วนั่งลงเต็มน้ำหนัก ปล่อยมือจากคันโยกแล้วนั่งนิ่งๆ นับช้าๆ สักครู่ ถ้าเก้าอี้ค่อยๆ ยุบลงเองทั้งที่ไม่ได้กดคันโยก แปลว่าโช้กรั่ว นี่คืออาการที่พบบ่อยที่สุดของเก้าอี้สำนักงานมือสอง และเป็นอาการที่ ไม่หายเอง
- ถ้าโช้กรั่ว ทางแก้คือเปลี่ยนกระบอกโช้ก ซึ่งเป็นอะไหล่ที่มีขายทั่วไปแต่ต้องได้ขนาดที่ตรงกับฐานของรุ่นนั้น ให้คิดว่าเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มที่ต้องบวกเข้าไปในราคา ไม่ใช่เรื่องเล็กที่มองข้ามได้ และควรถามร้านอะไหล่ก่อนตกลงซื้อว่าหาของให้ได้จริงไหม
- ฐานห้าแฉกและล้อ — ถ้าฐานเป็นพลาสติก ให้ก้มดู โคนของแต่ละแฉกตรงจุดที่ต่อกับแกนกลาง หารอยร้าวเป็นเส้น ฐานพลาสติกที่ร้าวแล้วจะหักเมื่อไหร่ก็ได้และหักตอนมีคนนั่งอยู่ · ล้อให้ลองเข็นจริงบนพื้น ล้อฝืดเปลี่ยนได้ไม่ยากและมักเป็นอะไหล่สากล แต่ให้เช็คว่าก้านล้อเสียบแน่นทุกตัว ไม่มีตัวไหนหลุดง่าย
- กลไกเอนและล็อก — เอนไปหลังสุดแล้วปล่อย ต้องดีดกลับนุ่มๆ ไม่ใช่ดีดกลับกระแทกหรือค้างอยู่กลางทาง แล้วลองล็อกในทุกตำแหน่งที่ล็อกได้ ถ้าล็อกไม่อยู่แล้วเอนเองตอนนั่ง จะใช้งานจริงไม่ได้เลย · ลองหมุนปุ่มปรับความหนืดจนสุดสองทางเพื่อดูว่าปุ่มยังทำงาน
- พนักพิงตาข่าย — กดกลางแผงแล้วปล่อย ต้องเด้งกลับเรียบเป็นแผ่นเดียว ถ้าเห็นเป็น แอ่งค้างตรงกลางหรือขอบตาข่ายเริ่มดึงตัวออกจากกรอบ คือตาข่ายยืดถาวรแล้ว ไม่มีวิธีดึงให้ตึงกลับเองที่บ้าน ทางแก้คือเปลี่ยนทั้งแผง ซึ่งขึ้นกับว่ารุ่นนั้นยังมีอะไหล่ขายอยู่ไหม
- เบาะฟองน้ำ — กดลงตรงกลางแล้วปล่อย ถ้าไม่คืนตัวหรือคืนช้ากว่าบริเวณขอบมาก แปลว่าฟองน้ำยุบตัวแล้ว เปลี่ยนได้ถ้ารื้อเป็น แต่ให้บวกเข้าไปในราคาเช่นกัน
- เท้าแขน — โยกดูทีละข้าง เท้าแขนที่โยกได้เป็นเรื่องปกติของเก้าอี้ที่ผ่านการใช้งาน แต่ให้ดูว่าน็อตยึดยังครบและขันแน่นได้ไหม
4. เก้าอี้โยก — จุดตายอยู่ที่ขาโยกและข้อต่อ ไม่ใช่ที่เบาะ
เก้าอี้โยกมือสองน่าซื้อ เพราะเป็นของที่คนซื้อไปแล้วใช้ไม่บ่อยจึงมักสภาพดีกว่าที่คิด แต่ถ้าพังจะพังที่จุดที่ซ่อมยากที่สุด
- วางบนพื้นเรียบแล้วดูว่าขาโยกทั้งสองข้างแตะพื้นพร้อมกันไหม โยกเบาๆ ด้วยมือก่อนขึ้นนั่ง ถ้ามีข้างใดข้างหนึ่งลอยหรือเสียงแตะพื้นไม่พร้อมกัน แปลว่าโครงบิดหรือขาโยกข้างหนึ่งสึกไม่เท่ากัน
- นั่งแล้วโยกจริงหลายจังหวะติดกัน ไม่ใช่โยกครั้งเดียว จังหวะที่ดีคือโยกแล้วไปกลับเป็นแนวตรง ถ้ารู้สึกว่ามันเบนไปข้างใดข้างหนึ่งทุกครั้ง คือสัญญาณว่าสองข้างไม่สมมาตร
- จุดต่อระหว่างขาเก้าอี้กับขาโยก คือจุดที่ต้องดูให้นานที่สุด ก้มดูทั้งสี่จุด หารอยแตกเป็นเส้นตามแนวเสี้ยนไม้ รอยแยกบางๆ ที่ปากรอยต่อ หรือร่องรอยการเสริมด้วยสกรูหรือเหล็กฉาก จุดนี้รับทั้งน้ำหนักและแรงกระแทกซ้ำๆ ทุกครั้งที่โยก ถ้าจุดนี้มีรอยแตกแล้ว ให้ถือว่าเป็นเก้าอี้ที่รอวันหัก
- ลูบใต้ขาโยกตลอดความยาว หาจุดที่สึกลึกกว่าจุดอื่น ถ้าสึกเป็นแอ่งตรงช่วงที่ใช้บ่อย เก้าอี้จะเริ่มโยกไม่ลื่นและมีจังหวะสะดุด
- เก้าอี้โยกแบบมีสปริงหรือลูกปืนที่ฐาน (แบบที่ตัวเก้าอี้โยกอยู่บนฐานอีกที ไม่ใช่ขาโค้งแตะพื้น) ให้โยกแล้วฟังเสียงจากฐาน เสียงเอี๊ยดบางจุดมักหยอดน้ำมันได้ แต่เสียงกึกหรือความรู้สึกว่ามีระยะฟรีก่อนจะโยก แปลว่าชิ้นส่วนในฐานสึกแล้ว และมักไม่มีอะไหล่
- ถ้าเป็นเก้าอี้โยกหวายหรือมีส่วนที่สานเป็นแผง ให้กดกลางแผงดูว่ามีเส้นขาดหรือหลุดจากกรอบไหม แผงสานที่เริ่มขาดจะลามต่อจากเส้นเดิมเสมอ
5. เก้าอี้ไม้และเก้าอี้กินข้าว — อ่านข้อต่อให้เป็น
เก้าอี้ไม้ไม่มีกลไกให้พัง จึงเหลือเรื่องเดียวคือข้อต่อ และข้อต่อบอกอดีตของเก้าอี้ตัวนั้นได้เกือบทั้งหมด
- จับพนักพิงแล้วบิดเบาๆ เหมือนบิดผ้า ถ้ารู้สึกว่ามีระยะขยับก่อนจะแน่น แปลว่าเดือยที่ข้อต่อเริ่มหลวม เก้าอี้ไม้ที่หลวมแล้วจะหลวมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทางแก้จริงคือถอดออกมาอัดกาวใหม่ ไม่ใช่ขันสกรูเพิ่ม
- หาร่องรอยการแก้แบบผิดวิธี: สกรูหรือตะปูที่ยิงเข้าไปที่ข้อต่อโดยตรง เหล็กฉากยึดใต้ที่นั่ง หรือคราบกาวใหม่ที่ล้นออกมา ทั้งหมดนี้แปลว่า เคยหลวมแล้วมีคนพยายามแก้แบบไม่ถอดออกมาทำ ซึ่งมักอยู่ได้ไม่นาน
- ดูขอบที่นั่งด้านหน้าตรงที่ขาพับลง เป็นจุดที่โดนถูบ่อยที่สุดและบอกอายุการใช้งานจริงได้ดีกว่าสีทั้งตัว
- ถ้าซื้อเป็นชุดหลายตัว ต้องนั่งลองทุกตัว อย่าลองตัวเดียวแล้วเหมาว่าเหมือนกัน เก้าอี้ในชุดเดียวกันมักมีตัวที่ถูกนั่งประจำอยู่หนึ่งถึงสองตัว และตัวนั้นจะสภาพต่างจากตัวอื่นชัดเจน ถ้าผู้ขายไม่ให้ลองครบ ให้คิดราคาเท่ากับจำนวนตัวที่ได้ลองแล้วเท่านั้น
- ถ้าเป็นเก้าอี้ที่มากับชุดโต๊ะอาหาร ให้ดูเรื่องที่นั่ง ความสูง และระยะถอยเก้าอี้ควบไปด้วย — เขียนแยกไว้แล้วในคู่มือ ซื้อชุดโต๊ะอาหารมือสอง
- เบาะหุ้มหนังเทียม ให้ดูที่ขอบและมุมก่อน เพราะหนังเทียมจะเริ่มลอกจากขอบเสมอ ผิวที่เริ่มเป็นเกล็ดหรือแตกลายงาแปลว่าเข้าสู่ช่วงลอกแล้ว จะลามต่อ ไม่ใช่หยุดอยู่เท่านั้น · หุ้มใหม่ได้ แต่เป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องบวกเข้าไปในราคาตั้งแต่ตอนต่อรอง
6. ตั้งกรอบราคาเอง — ไม่มีตัวเลขกลางให้ยึด
เก้าอี้มือสองไม่มีราคากลางที่ใช้ได้กับทุกตัว เพราะยี่ห้อ สภาพกลไก และอะไหล่ที่ยังหาได้ ทำให้ราคาต่างกันได้มากแม้หน้าตาเหมือนกัน ให้ตั้งกรอบเองแบบนี้แทนการหาตัวเลขจากที่ไหน
- หาเพดานก่อน — ถ้ารู้ยี่ห้อและรุ่น ให้ดูราคาของใหม่รุ่นนั้นหรือรุ่นที่ใกล้เคียงเป็นเพดาน ราคามือสองที่เข้าใกล้ราคาใหม่แปลว่าไม่คุ้ม เพราะของใหม่มีประกันและไม่มีกลไกที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว
- หาช่วงราคาจริงจากประกาศ — เปิดหมวด เฟอร์นิเจอร์ แล้วดูประกาศเก้าอี้แบบเดียวกันหลายใบ อ่านทั้งราคาและสภาพที่เขาเขียน จะเห็นช่วงราคาที่ตลาดจริงยอมรับ ไม่ใช่ตัวเลขที่ใครกำหนด
- หักตามสิ่งที่ต้องซ่อมจริง — โช้กแก๊สรั่ว ตาข่ายหย่อน ฟองน้ำยุบ เบาะต้องหุ้มใหม่ ข้อต่อไม้ต้องอัดกาวใหม่ ทุกข้อคือเงินที่คุณจะจ่ายเพิ่มหลังจากนี้ ให้ถามราคาซ่อมหรือราคาอะไหล่ก่อนตกลงซื้อ แล้วค่อยเอาไปคุยเรื่องราคา ไม่ใช่ตกลงราคาแล้วค่อยไปรู้ทีหลัง
- บวกค่าขน — เก้าอี้ตัวเดียวขนง่ายกว่าเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่มาก แต่ถ้าซื้อหลายตัวให้คิดพื้นที่รถจริง เก้าอี้สี่ตัวกินพื้นที่มากกว่าที่คนส่วนใหญ่ประเมินไว้ · เก้าอี้สำนักงานถอดฐานกับล้อออกได้ ทำให้ขนง่ายขึ้นมาก ถามผู้ขายไว้ก่อนว่าถอดได้ไหม
7. สัญญาณที่ควรเดินออกจากดีล
- ไม่ให้นั่งลอง — ไม่มีเหตุผลที่รับได้สำหรับเก้าอี้ ถ้าไม่ให้ลองนั่งคือไม่ควรซื้อ
- ขอมัดจำก่อนเห็นของ — เป็นรูปแบบที่พบบ่อยในการโกงซื้อขายออนไลน์ ถ้าจำเป็นต้องจองจริงๆ ให้เข้าใจว่าเงินก้อนนั้นมีความเสี่ยงเต็มจำนวน เพราะ ปล่อยของไม่ได้ถือเงินไว้ให้และไม่มีระบบคืนเงินให้
- รูปในประกาศเป็นรูปจากอินเทอร์เน็ต — ขอรูปถ่ายสดที่มีของอยู่ในห้องจริง ถ้าให้ไม่ได้ ให้ถือว่าอาจไม่มีของอยู่จริง
- อ้างว่าโช้กรั่วเป็นเรื่องปกติของเก้าอี้ทุกตัว — ไม่ปกติ และเป็นอาการที่ไม่หายเอง
- ราคาต่ำผิดปกติเมื่อเทียบกับประกาศอื่นแบบเดียวกัน พร้อมเร่งให้ตัดสินใจเร็ว — สองอย่างนี้มาคู่กันบ่อย
8. ตอนนัดรับและจังหวะจ่ายเงิน
- นัดที่ที่มีพื้นเรียบและมีที่ให้นั่งลองจริง — เก้าอี้ตรวจในท้ายรถหรือข้างถนนที่พื้นเอียงไม่ได้เลย ทุกท่าตรวจในข้อ 2 ต้องการพื้นเรียบ
- จ่ายเมื่อตรวจเสร็จแล้ว — ตรวจให้ครบก่อนโอนหรือยื่นเงิน ไม่ใช่หลังจากของขึ้นรถแล้ว การตรวจใช้เวลาไม่กี่นาที และเป็นนาทีที่คุ้มที่สุดของดีลนี้
- นัดตอนกลางวันถ้าเป็นเก้าอี้ไม้หรือเก้าอี้หุ้มเบาะ — รอยแตกที่ข้อต่อและรอยลอกของหนังเทียมมองไม่เห็นใต้ไฟบ้านตอนกลางคืน
- ถ้าไปดูที่บ้านผู้ขาย ให้ชวนคนไปด้วย และบอกคนที่บ้านว่าไปที่ไหนกับใคร · ถ้าเป็นเก้าอี้ตัวเดียวที่ขนไหว นัดที่สาธารณะที่มีคนพลุกพล่านจะปลอดภัยกว่า
- เก็บแชทที่ระบุจำนวนตัว ตำหนิที่แจ้งไว้ และราคาที่ตกลง อย่าเพิ่งลบทิ้งหลังรับของ
- ถ่ายรูปตอนรับของก่อนขน ทุกตัว เผื่อมีตำหนิเพิ่มระหว่างขนส่งจะได้แยกออกว่าเกิดตอนไหน
- อ่านเช็คลิสต์เต็มเรื่องความปลอดภัยตอนนัดรับได้ที่คู่มือ นัดรับของมือสองให้ปลอดภัย
ประกาศจากผู้ขายทั่วประเทศ ทักแชทถามก่อนได้ นัดรับหรือให้ส่งก็ตกลงกันเอง