ขายเครื่องประดับมือสอง ต้องระวังอะไร
ขายเครื่องประดับมือสองให้ปลอดภัยและได้ราคาที่ควรได้ ต้องเริ่มจากเช็คตราประทับที่บอกความแท้ของโลหะก่อนตั้งราคา เพราะคนซื้อเครื่องประดับมักถามเรื่องความแท้และน้ำหนักเป็นคำถามแรก จากนั้นค่อยถ่ายรูปให้ตรงสภาพจริงและนัดรับในที่ปลอดภัย
เช็คตราประทับและความแท้ก่อนตั้งราคา
มองหาตราประทับตัวเล็กๆ ด้านในวงแหวน ตะขอสร้อย หรือหลังตัวเรือน ตัวเลขนี้บอกความแท้ของโลหะ เช่น 925 คือเงินแท้ ส่วนทองคำจะมีตัวเลขบอกเนื้อทองกำกับไว้ ถ้าไม่เจอตราประทับเลยให้สงสัยว่าอาจเป็นโลหะชุบ
ถ้ายังมีใบเสร็จซื้อเดิมหรือใบรับรองจากร้านทอง/ห้างทองที่ซื้อมา ให้ถ่ายรูปแนบไว้เป็นหลักฐาน ผู้ซื้อจะกล้าจ่ายเต็มราคามากขึ้นเมื่อเห็นว่าตรวจสอบย้อนกลับได้
- เพชรพลอยที่มีใบรับรองจากสถาบันตรวจอัญมณี (เช่น GIA, GIT) ให้แนบใบรับรองไปด้วยเสมอ เพราะผู้ซื้อเครื่องประดับมีค่าจะขอดูก่อนตัดสินใจ
ถ่ายรูปและเขียนประกาศให้ตรงของจริง
ถ่ายรูปให้เห็นตราประทับชัดเจนอย่างน้อยหนึ่งรูป พร้อมมุมที่เห็นตำหนิจริง เช่น รอยขัด รอยบุบ หรือก้อนพลอยที่หลวมคลอน
ชั่งน้ำหนักด้วยตาชั่งดิจิทัลแล้วระบุน้ำหนักในประกาศตรงๆ เพราะคนซื้อเครื่องประดับมักถามน้ำหนักเป็นคำถามแรก
บอกเหตุผลที่ขายและอายุการใช้งานตามจริง ไม่ต้องเคลมว่าใหม่เอี่ยมถ้าผ่านการสวมใส่มาแล้ว
ตั้งราคาที่เช็คได้
ถ้าเป็นทองคำ ให้เทียบกับราคาทองคำที่ร้านทองประกาศไว้ในวันนั้น แล้วค่อยหักตามสภาพและค่ากำเหน็จที่มักไม่ได้คืนเต็ม
ถ้าเป็นเครื่องประดับแฟชั่นหรือมีแบรนด์ ให้ค้นดูของรุ่นเดียวกันที่เพิ่งขายไปว่าตั้งราคาระดับไหน แล้วปรับตามสภาพชิ้นของตัวเอง
- หลีกเลี่ยงการตั้งราคาแบบเดาเอง เพราะเครื่องประดับต่อรองยากกว่าของทั่วไปถ้าไม่มีหลักฐานราคาอ้างอิง
นัดรับให้ปลอดภัยทั้งสองฝ่าย
เครื่องประดับมีค่าสูงควรนัดรับตอนกลางวันในที่มีคนอื่นอยู่ด้วย เช่น ร้านกาแฟหรือห้างสรรพสินค้า ไม่นัดที่เปลี่ยว
ให้ผู้ซื้อตรวจของและชั่งน้ำหนักต่อหน้าได้เลยก่อนตกลงจ่ายเงิน
ถ้าผู้ซื้อโอนเงิน ให้เช็คยอดเข้าบัญชีจริงก่อนส่งของให้พ้นมือ อย่าเชื่อสลิปที่ส่งมาทางแชทอย่างเดียว
ไปต่อบนเว็บปล่อยของ
ลงประกาศในหมวดเครื่องประดับที่หน้าหมวดหมู่ของเว็บ ค่าลงประกาศ ฿20 ต่อประกาศ จ่ายครั้งเดียว แก้ไขหรือลงซ้ำไม่คิดเพิ่ม
ทักแชทตอบคำถามเรื่องน้ำหนักหรือตราประทับกับผู้ซื้อได้ตรงๆ ไม่ต้องผ่านคนกลาง